Category Archives: วิธีลดน้ำหนัก

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการค้นหา หลากหลายวิธีลดน้ำหนักหรือแม้กระทั่งหลากหลายวิธีเพื่อลดความอ้วน ทางเรา chilldjung.com ขอนำเสนอข้อมูลดี ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาในวิธีลดน้ำหนัก , ลดหน้าท้อง , ลดความอ้วน ซึ่งการนำเสนอจะมีหลากหลาย และเป็นเนื้อหาดี ๆ ที่ทำให้คุณได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีลดน้ำหนักได้อย่างมากมาย

โดยที่คุณจะไม่เสียเวลากับการเดินทางเข้ามาเพื่อศึกษาข้อมูลกับทาง chilldjung.com ตลอดจนกระทั่งได้รับความบันเทิงเกี่ยวกับข้อมูลวิธีลดน้ำหนักให้ได้ผลลัพธ์ที่แท้จริง ซึ่งนับได้ว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้หญิงเราทุกคนต้องการจะค้นหา โดยเฉพาะคนที่ต้องการไดเอตในระยะเวลาสั้น ๆ หรือแม้กระทั่งคนที่ต้องการลดน้ำหนักโดยสมบูรณ์แบบ หรือแม้กระทั่งการลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งนับได้ว่าเป็นวิธีทางธรรมชาติ ที่มีผู้คนส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้มาแล้ว เมื่อเกิดผลลัพธ์จึงขอนำเสนอข้อมูลเพื่อเป็นข้อมูลดี ๆ ให้ทุกคนได้ลองทำตาม ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีการลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนักที่สามารถเห็นผลลัพธ์ในระยะเวลาต่าง ๆ ซึ่งสามารถกำหนดได้ หรือแม้กระทั่งการเคาะประเด็นเกี่ยวกับการควบคุมอาหารเพื่อการลดน้ำหนักได้อย่างแท้จริง การออกกำลังกาย หนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ทุกคนควรรู้ หรือแม้กระทั่งการบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่าง ๆ เป็นต้น
ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการจะศึกษาและกำลังตามหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีลดน้ำหนักจากทั่วทุกมุมโลก คุณสามารถเข้ามาศึกษาได้จาก chilldjung.com รับรองเลยว่าคุณจะต้องได้ข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับวิธีลดน้ำหนักที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแน่นอน

คำค้นหายอดนิยม : วิธีลดน้ำหนัก,ลดความอ้วน,อาหารลดน้ำหนัก,ลดน้ำหนัก,ยาลดความอ้วน,สูตรลดน้ำหนัก,วิธีลดความอ้วน,เมนูลดน้ำหนัก,สูตรน้ำหนัก

ซ่อนหุ่น ‘อวบ’ ให้ ‘ผอมเพรียว’ ด้วยเทคนิคพิเศษ…ซ่อนยังไงให้มิด พิชิตต้นขาใหญ่

วันนี้มาเอาใจสาวร่างใหญ่ หรือสาวที่มีสะโพกใหญ่กันบ้าง คุณมีปัญหาเรื่องการแต่งตัวมาโดยตลอดใช่หรือไม่? รู้สึกไม่มั่นใจในการแต่งตัวบ้างหรือเปล่า? ถ้ากำลังรู้สึกแบบนี้ต้องมาลองศึกษาวิธีการแต่งตัวเพื่อบดบังจุดด้อยของร่างกายกัน วิธีที่ว่านี้ไม่ยาก แค่ต้องรู้จัก “ความสมดุลของรูปร่าง” ทั้งข้างบนและข้างล่าง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยดึงเอาความสวยงามที่หลบมุมอยู่ให้โดดเด่นขึ้นมา และกลบจุดด้อยให้ลดน้อยลงไปได้ จะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย

แนะนำการเลือกเสื้อผ้าสำหรับสาวสะโพกใหญ่

1.กระโปรงเอวสูง

เรื่องแรกที่ต้องเน้นสำหรับสาวสะโพกใหญ่ ก็คือ การเลือกสวมกระโปรงเอวสูง เพราะกระโปรงแบบนี้จะไม่เน้นในส่วนของสะโพกมากนัก จุดโฟกัสจะย้ายไปอยู่ที่อื่นแทน และที่ต้องหลีกเลี่ยงก็คือ ไม่ควรใส่กระโปรงเอวต่ำโดยเด็ดขาด เพราะกระโปรงแบบนี้จะยิ่งทำให้ดูอ้วนมากขึ้นไปกว่าเดิม

548.1

2.ไม่ควรใส่เสื้อตัวใหญ่จนเกินไป เพราะจะทำให้ดูแก่

สาวๆสะโพกใหญ่ควรโยนเสื้อตัวใหญ่หรือตัวยาวทิ้งไป เพราะมันไม่ได้ช่วยปิดบังขนาดของสะโพกตัวเองได้เลย แต่การสวมใส่เสื้อตัวยาวจะยิ่งทำให้คุณดูแก่มากขึ้นไปกว่าเดิม เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงจะดีที่สุด

548.2

3.ขนาดของไหล่กว้าง, ไหล่หนา กับสะโพกออกข้าง

ถ้าคุณโชคร้ายซ้ำสอง คือ มีขนาดไหล่ที่กว้างและหนา แถมยังมีสะโพกมหึมาอีก เราขอแนะนำให้คุณแต่งตัวโดยการยัดเสื้อเข้าไปในกางเกง เพื่ออวดให้เห็นทรวดทรงองค์เอวที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเอาเสื้อออกนอกกางเกง เพราะการแต่งกายเช่นนี้จะเน้นส่วนของสะโพกให้ชัดเจนมากขึ้นไปอีก ไม่น่าดูแน่ๆค่ะ


4.ตกแต่งเครื่องประดับด้านบนของร่างกาย

สิ่งหนึ่งที่จะช่วยคุณได้มาก ก็คือ การหาเครื่องประดับมาตกแต่งบนเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ หรือผ้าพันคอที่มีสีสว่างๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้รูปร่างของคุณดูสมส่วนมากขึ้นได้ ยิ่งถ้าสาวๆคนไหนที่ค่อนข้างมีหน้าอกหน้าใจ แนะนำว่าให้เน้นการใส่เครื่องประดับที่บริเวณคอด่วนเลย เพราะน่าจะช่วยให้คุณหุ่นดีขึ้นได้ทันตาเห็นเลยละค่ะ

548.3

5.สวมกระโปรงทรง A

อีกหนึ่งรูปแบบกระโปรงที่สาวสะโพกใหญ่ควรมี ก็คือ กระโปรงทรง A เพราะรูปทรงของกระโปรงจะช่วยปกปิดสะโพกของคุณให้เล็กลงได้ กระโปรงแนวนี้จะเน้นไปที่เอวของคุณมากขึ้น ส่วนของสะโพกก็จะดูเล็กลงไปได้อย่างถนัดตา

548.4

6.ใส่กางเกงแฟชั่นขากว้าง

ใครที่ไม่ชอบใส่กระโปรง การใส่กางเกงแบบขากว้างๆที่เป็นแนวแฟชั่น ก็สามารถช่วยให้คุณดูมีสะโพกที่เล็กลงได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามต้องเลืองให้แมชกับเสื้อด้วยนะ จะได้ดูดีได้ทั่วทั้งเรือนร่าง

548.5

7.สะพายกระเป๋าข้าง

ถ้าเลือกเสื้อผ้าไม่ทัน การเลือกสะพายกระเป๋าก็ช่วยให้สะโพกของคุณดูเล็กลงได้เช่นกัน กระเป๋าที่แนะนำควรเป็นกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กๆ เพื่อให้มันเป็นตัวช่วยในการปกปิดสะโพกของคุณได้

8. สวมเสื้อแบบเส้นทะแยงมุมหรือเอียงๆ

ในส่วนของเสื้อก็ช่วยพลสงสะโพกได้ดีเช่นกัน โดยหากคุณเลือกใส่เสื้อแบบเส้นทะแยงหรือเส้นเอียงๆ จะสามารถช่วยหลอกตาให้สะโพกของคุณดูเล็กลงได้

548.6

8 วิธีที่ว่าไปนี้ สาวๆต้องหยิบมาใช้ให้เข้ากันนะคะ เพราะถึงแม้ว่าทุกวิธีจะช่วยปกปิดสะโพกใหญ่ๆของคุณได้ แต่ถ้า mix and match ไม่เข้าคู่ ก็คงทำให้กลายเป็นสาวไร้รสนิยมไปได้เช่นกัน

เลือกแบบที่ดีและเหมาะสมกับคุณมากที่สุด เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก manyum.com และ Liekr.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

http://www.thaijobsgov.com/jobs=36309

“กีวี” กินดีไม่มีอ้วน ผิวพรรณดี แถมยังชะลอความแก่ได้!

กีวี (Kiwifruit) ผลไม้ SuperFood รสเปรี้ยวอมหวาน ไปซื้อของเข้าครัวทีไรเป็นต้องฉกกลับบ้านทุกที เพราะสารอาหารดี ๆ ในกีวีช่างยั่วใจจริง ๆ 

นอกจากมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึงสองเท่าแล้ว ยังเป็นแหล่งวิตามินอีไขมันต่ำตามธรรมชาติ ดีต่อการทำงานของหัวใจ เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

หากได้กินทุกเช้าสามารถบรรเทาอาการท้องผูกเพราะมีไฟเบอร์สูง ถือเป็นเคล็ดลับของนางแบบเชียวนะ ถ้าอยากสวยอยากเพรียว หยิบกีวีมากินได้เลย

cats
ขอบคุณภาพประกอบจาก : topicstock.pantip.com , www.wongnai.com , www.bloggang.com

 

> กินดีไม่มีอ้วน กีวีเขียวหนึ่งผลมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลกับส้มถึง 25% ไฟเบอร์ชั้นดีจะชำระล้างและปรับปรุงระบบย่อยอาหาร ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้ยังพบว่ามีส่วนช่วยต่อสู้โรคเบาหวาน ควบคุมระดับไขมันในเลือด และลดคอเลสเตอรอล แม้แคลอรี่ต่ำ แต่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ จึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการคุมน้ำหนัก

แก้โรคหัวใจ เนื้อกีวีมีโพแทสเซียม แร่ธาตุสำคัญคอยลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อหัวใจวาย ทั้งยังมีสารเพกตินช่วยคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในภาวะสมดุล

ชะลอความแก่ วิตามินอีไขมันต่ำพร้อมสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านความเสื่อมของอวัยวะในร่างกาย ชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย วิตามินซีสูงในกีวี เป็นตัวเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงเปล่งปลั่ง รอยหมองคล้ำมาเยือนช้าลง แถมกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันโรค ต่อต้านภูมิแพ้ต่าง ๆ ลดอาการอักเสบจากการติดเชื้อ และซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ

ปกป้องดวงตา กีวีเป็นแหล่งรวมลูทีนและซีแซนทีน สารอาหารจากธรรมชาติช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุที่เพิ่มขึ้น

 

สูตรพุงยุบ…จับคู่ กล้วยหอม+มะนาว…อร่อย ดื่มง่าย ไม่อ้วน

 

ใครก็รู้ว่ากล้วยหอมมีประโยชน์ ช่วยให้พลังงาน และไม่อ้วน แต่ถ้าจับคู่กับมะนาว ประโยชน์ที่มีจะยิ่งทวีคูณ ถ้าอยากรู้ว่าประโยชน์ดีมากแค่ไหน มาลองตามอ่านกันเลยดีกว่า

ประโยชน์ของกล้วยหอมที่คุณรู้จัก คืออะไร? กล้วยหอมช่วยให้อิ่มท้อง สามารถบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้า, อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS), ความดันโลหิตสูง, ท้องผูก, แมลงกัดต่อย และเหมาะมากๆสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง นอกจากนี้ ยังช่วยเรื่องการขับถ่าย และแก้เมาแฮงค์ได้ดีอีกด้วย

960.2

ส่วนมะนาวก็เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีคุณค่ามหาศาล น้ำมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซีและแร่ธาตุหลายชนิด ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายมนุษย์ การรับประทานน้ำมะนาวจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคจากภายนอก ป้องกันโรคหวัด กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด บรรเทาอาการเจ็บคอ บรรเทาอาการเจ็บปวด ฆ่าเชื้อโรค ลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิดได้ด้วย

960.3

และเมื่อของดี 2 อย่าง มารวมกัน คุณก็จะได้ทั้งประโยชน์จากกล้วยหอมและมะนาวแบบสองเด้ง ที่สำคัญยังช่วย “ลดน้ำหนัก” ได้ดีสุดๆด้วย จะต้องเตรียมวัตถุดิบอย่างไร มาดูกันเลย

วัตถุดิบ

1. กล้วยหอมสุกฝาน 1 แผ่น

2. มะนาวฝาน 1 แผ่น

3. ดอกเก๊กฮวยแห้ง 9 ดอก

วิธีทำ

1. นำแก้วไปอุ่นให้ร้อน

2. ใส่มะนาวฝานและดอกเก๊กฮวยแห้งลงไปในแก้ว เติมน้ำร้อนลงไป และปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที

3. เมื่อครบเวลา กรองกากของมะนาวและดอกเก๊กฮวยออก

4. นำกล้วยหอมฝานใส่ลงไปในแก้ว

5. พร้อมดื่มได้เลยทันที

960.4

เหตุผลที่เครื่องดื่มชนิดนี้สามารถลดความอ้วนได้ก็เพราะ ความเปรี้ยวของมะนาวและรสฝาดของกล้วย จะ ช่วยควบคุมความหิวและลดความอยากอาหารให้น้อยลง เมื่อไม่อยากกิน การสวาปามอาหารก็เกิดขึ้นได้น้อยลงนั่นเอง นอกจากนี้ ยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นไปอย่างคล่องตัวอีกด้วย ส่วนดอกเก๊กฮวยก็ใส่ลงไปเพื่อเพิ่มสี กลิ่น และรสชาติเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้การดื่มอร่อยและรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

สำหรับใครที่กังวลว่าการทานกล้วยหอมพร้อมกับมะนาวจะมีผลเสียหรือไม่ ก็ต้องบอกเลยว่า กล้วยหอมและมะนาวสามารถทานพร้อมกันได้ นอกจากจะไม่พบว่าเป็นพิษต่อร่างกายแล้ว ยังมีแต่ประโยชน์เน้นๆอีกด้วย

เห็นประโยชน์ของกล้วยหอมและมะนาวหรือยังค่ะ ใครที่มักมีปัญหาเรื่องอาการท้องผูก หรืออยากลดความอ้วน ก็ลองเอาสูตรนี้ไปชงกินกันได้ น่าจะพอช่วยให้คุณหุ่นดีและมีสุขภาพการขับถ่ายที่ดีขึ้นได้แน่นอน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก liekr

รวม 7 สูตรกินโยเกิร์ต ที่จะทำให้น้ำหนักคุณค่อยๆลดลง อย่างได้ผล!!

7 สูตรกินโยเกิร์ต ที่จะทำให้น้ำหนักคุณค่อยๆลดลง อย่างได้ผล

page

1. แอปเปื้ล +โยเกิร์ต แอปเปิ้ลช่วยลดความอ้วน แถมช่วยในการย่อย เอาแอปเปิ้ลกับโยเกิร์ตกินแทนอาหารในมื้อปกติ จะเห็นผลเกินคาด หั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่ในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ หลังจากนั้นผสมกับโยเกิร์ตกินด้วยกัน

2. แตงกวา +โยเกิร์ต แตงกวาเป็นอาหารที่ดีต่อความงามและการลดน้ำหนัก กินกับโยเกิร์ตยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งแตงกวาและโยเกิร์ตล้วนมีแคลอรี่ต่ำ ไม่ต้องกลัวว่าจะกินแล้วอ้วน ถ้าหิวก็แค่กินแตงกวาปั่นกับโยเกิร์ต

 

3. น้ำตาลทรายแดง+โยเกิร์ต น้ำตาลทรายแดงมีวิตามินและแร่ธาตุ เช่นธาตุเหล็ก มีสารอาหารเยอะกว่าน้ำตาลทรายขาวเยอะมาก ใส่น้ำตาลทรายแดง 2 กรัมลงในโยเกิร์ต จะช่วยทำให้ภายในลำไส้ทำงานดีขึ้น แก้ปัญหาท้องผูก ช่วยในการเผาผลาญไขมัน ทำให้เห็นผลว่าน้ำหนักลดลง

4. มะละกอ+โยเกิร์ต มะละกอสามารถทำให้ท้องอิ่ม แต่ให้แคลอรี่ต่ำมาก แถมยังบำรุงหน้าอก สาวๆที่รักสวยรักงามทั้งหลาย สามารถเอามะละกอมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่ลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ผสมโยเกิร์ตแล้วดื่ม ทั้งช่วยลดความอ้วนและบำรุงหน้าอกนะจ๊ะ

5. กล้วยหอม+โยเกิร์ต กล้วยหอมมีสารอาหารมาก แคลอรี่ต่ำ แถมยังเต็มไปด้วยโปรตีน น้ำตาล โพแทสเซียม ไฟเบอร์ วิตามิน A และ C ถือว่าเป็นอาหารมีประโยชน์ในอุดมคติกันเลยทีเดียว กินกล้วยหอมกับโยเกิร์ตสามารถแก้ปัญหาท้องผูก แถมกล้วยยังทำให้รู้สึกอิ่มได้ด้วย ยิ่งกินกับโยเกิร์ตยิ่งทำให้อิ่ม ทำให้สามารถลดการกินอาหารประเภทอื่นได้

6. ชาเขียว+โยเกิร์ต ชาเขียวผง 10 กรัมกับuโยเกิร์ต 200 กรัมผสมให้เข้ากัน การดื่มชาเขียวผสมโยเกิร์ตช่วยขับสารพิษ แก้ปัญหาท้องผูก แถมช่วยลดหน้าท้องด้วย

7. ไวน์แดง+โยเกิร์ต ไวน์แดงช่วยเรื่องความงาม โยเกิร์ตช่วยเรื่องระบบขับถ่าย พอเอาทั้งสองมารวมกันก็จะสามารถรักษาอาีการท้องผูกได้ และเพราะว่าอากาีรท้องผูกทำให้ระบบในร่างกายทำงานแย่ลง เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆตามมา เพราะของเสียในร่างกายไม่สามารถระบายออกไปได้ เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการลดน้ำหนัก ไวน์แดงผสมโยเกิร์ตจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ให้ลำไส้ ทำให้ร่างกายขับของเสียออกไปได้

___________________________________________
เรียบเรียงโดย ThaiJobsGov.com

 

5 วิธีเด็ด..บอกลาปัญหาเซลลูไลท์ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง!!

เซลลูไลท์ คือปริศนาลึกลับสำหรับใครหลายๆคน บางคนไม่มีปัญหา ขณะที่อีกหลายๆคนพยายามหาวิธีต่อสู้กับมัน เซลลูไลท์ไม่ใช่ไขมัน แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่าใช่ แล้วมันคืออะไรล่ะ? เซลลูไลท์จะเกิดขึ้นเมื่อชั้นไขมันใต้ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันมีปัญหาในการเชื่อมต่อทำให้ผิวกลายเป็นคลื่นมีทั้งส่วนนูนและหลุมเล็กๆ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักปกติหรือแม้กระทั่งคนผอม การเกิดเซลลูไลท์มีทั้งหมด 3 ระยะ


1.การก่อตัวของเซลลูไลท์ในระยะแรกจะยังมองไม่เห็นบนผิวหนัง แต่สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์

2.สำหรับระยะที่ 2 สีผิวอาจจะซีดกว่าพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากผิวหนังเริ่มยืดจากการสะสมของเซลลูไลท์ ความยืดหยุ่นของผิวก็จะลดลงและอาจรู้สึกเย็นกว่าผิวหนังโดยรอบ

3.ส่วนระยะที่ 3 คือเราจะสามารถมองเห็นเซลลูไลท์ได้อย่างชัดเจนบนผิวหนัง

และนี่คือวิธีที่จะช่วยขจัดเซลลูไลท์ของคุณ

 1. พริกป่น

นอกจากพริกป่นจะช่วยขจัดเซลลูไลท์แล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการเผาผลาญและการไหลเวียนของเลือด ขจัดสารพิษ และให้ความร้อนแก่ร่างกายตามธรรมชาติ เพียงผสมน้ำมะนาวสดกับน้ำอุ่น ตามด้วยขิง 1 ช้อนชากับผงพริกป่น 2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันและดื่มวันละ 2 ครั้ง! ดื่มติดต่อกัน 1-2 เดือนและเว้น 1 เดือน จากนั้นค่อยเริ่มต้นใหม่ เมื่อไหร่ที่น้ำหนักตัวลดลงจนถึงเกณฑ์ที่ต้องการก็เหลือเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น

 2. กาแฟ

กาแฟคั่วบดได้รับการพิสูจน์แล้วว่าดีต่อสุขภาพ การดื่มกาแฟคั่วบดเป็นประจำจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและทำให้ผิวหนังกับร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้กาแฟเป็นสครับขัดผิวเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เพียงนำน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ และเมล็ดกาแฟบด ¼ ถ้วยมาผสมเข้าด้วยกันจนข้นเหนียว จากนั้นนำไปขัดบริเวณผิวที่มีเซลลูไลท์ ประมาณครั้งละ 2-3 นาที สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหรือทุกวันหากต้องการ เมื่อเสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นและเก็บส่วนที่เหลือไว้ในขวดแก้ว

3. ผัก ผลไม้ และอาหารที่ขจัดเซลลูไลท์

คุณควรรับประทานผักและผลไม้ที่หลากหลายเพื่อสุขภาพ เพื่อช่วยลดน้ำหนัก และเพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย รวมทั้งหมั่นเปลี่ยนอาหารที่คุณรับประทานอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการลดน้ำหนักที่เร็วเกินไปอาจส่งผลให้ร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อที่ไม่ใช่เซลลูไลท์และไขมัน นอกจากนี้ควรเพิ่มปริมาณผักใบเขียวที่คุณรับประทานในแต่ละวัน หรือรับประทานถั่ว มะกอก และปลาเป็นประจำ ทั้งนี้พยายามหลีกเลี่ยงของทอด อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือเกลือสูง และอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตามอาหารสดย่อมมีประโยชน์ต่อสุขภาพเสมอ

4. น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลสามารถขจัดเซลลูไลท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอุดมไปด้วยแคลเซียม โปแตสเซียม แร่ธาตุ และแมกนีเซียม ขณะเดียวกันก็ช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและขจัดสารพิษในร่างกาย หรือนำมาใช้นวดตัวก็ได้ เพียงผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชากับน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล 2 ช้อนโต๊ะและดื่มวันละ 2 ครั้งทุกวัน หรือผสมน้ำ 2 ส่วนกับน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล 1 ส่วน ตามด้วยน้ำผึ้ง (ถ้ามี) และใช้นวดบริเวณที่มีเซลลูไลท์ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น แนะนำให้ใช้วันละ 2 ครั้งจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

5. การออกกำลังกาย

ควรเลือกวิธีการออกกำลังกายที่คุณชอบและเหมาะกับการขจัดเซลลูไลท์ของคุณ ดังนั้นหากคุณมีเซลลูไลท์ที่ต้นขาก็ควรหาวิธีออกกำลังกายขาที่เหมาะสม เช่น การวิ่งระยะสั้น วิ่งจ๊อกกิ้ง ขึ้นลงบันได ปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายขาแบบอื่นๆ หากมีเซลลูไลท์บริเวณหน้าท้อง คุณอาจทำท่าครั้นช์ ยกขา บิดตัว และอื่นๆ เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากและสามารถทำที่ไหนก็ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถเดินรอบบ้านและยกขาให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้เนื่องจากการเดินจะส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง หรือคุณจะบิดตัวในขณะที่นั่งหรือแม้แต่ตอนทำงานก็ได้ หากมีเซลลูไลท์ที่แขน ควรเลือกการวิดพื้น ว่ายน้ำ ยืดหยุ่น และอื่นๆ ขณะที่การยกน้ำหนักก็เป็นตัวช่วยที่ดีเหมือนกัน แต่ถ้าคุณไม่มีอุปกรณ์ยกน้ำหนักก็สามารถใช้ขวดน้ำหรือสิ่งของอย่างอื่นภายในบ้านก็ได้ ทางที่ดีคุณควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 20-30 นาทีเพื่อผิวที่กระชับ นอกจากนี้การฝึกพิลาทิสหรือโยคะก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : issue247.com

แพลงกิ้งวันละ 5 นาที เพื่อหุ่นดีไปนานๆ

แพลงกิ้ง คือท่าออกกำลังกายที่ง่ายและไม่จำเป็นต้องออกไปที่ยิมหรือออกจากบ้านเลยก็ว่าได้ หากคุณต้องการมีหุ่นที่ดีและยืนยาวในอนาคต แพลงกิ้งแค่วันละ 5 นาที (แถมการคาดิโอด้วยการเดินหรือวิ่งเบาๆซักเล็กน้อย) หุ่นดีๆคงไม่หนีคุณไปไหนแน่

แค่ 5 นาที เพื่อหุ่นดีไปนานๆ

แพลงค์เต็มตัว 1.30 นาที

แพลงค์งอศอก 1.30 นาที (รวมเป็น 3 นาทีแล้วนะ)

แพลงค์แบบยกขา ข้างละ 30 วินาที (จะเต็มแขนหรืองอศอกก็แล้วแต่ รวมเป็น 4 นาทีแล้วนะ)

แพลงค์ด้านข้าง ข้างละ 30 วินาที (จะยกแขนขึ้นหรือวางไว้บนลำตัวก็ได้ ครบ 5 นาที)

เน้นย้ำคือเรื่องความสม่ำเสมอ และควรทำทุกวันนะครับ

ThaiJobsGov

หมดเวลาหาข้ออ้างว่าไม่มีเวลา เพียง 10 นาที 5 ท่า เบิร์นแคลอรี่ อย่างได้ผล หุ่นสวยเฟิร์มได้!!

“อยากออกกำลังกายแต่ไม่มีเวลา” ประโยคยอดฮิตของ working woman ทั้งหลาย เชื่อว่าสาวๆหลายคนอยากออกกำลังกายให้หุ่นเฟิร์มกันทั้งนั้น แต่ปัญหาคือ สถานที่และเวลาช่างไม่เหมาะเอาซะเลย การเข้ายิมครั้งละนานๆกับเทรนเนอร์เพื่อเบิร์นไขมันในแต่ละวันนั้นดูจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับสาวๆที่ยุ่งกับงานทั้งวัน บอกลาปัญหานี้ไปได้เลย

เพราะวันนี้เราได้นำการออกกำลังกายเพื่อเบิร์นแคลอรีมาฝากสาวๆ ที่สำคัญ ทำได้ที่บ้าน ไม่ต้องมีอุปกรณ์ แถมใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ก็สามารถออกกำลังได้ทเกือบทุกส่วนของร่างกายเลยทีเดียว

Jumping Jacks

ออกกำลังกาย Jumping Jacks

ท่ากระโดดตบง่ายๆที่เคยทำมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ใครจะรู้ว่ามันก็ช่วยเบิร์นไขมันได้ดีเหมือนกันนะ ให้สาวๆกระโดดตบเป็นเวลา 30 วินาที จุดสำคัญคือพยายามหายใจให้สม่ำเสมอ และใช้ปลายเท้าในการรับน้ำหนักตัวแทนที่จะใช้ส้นเท้า ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดนะจ๊ะสาวๆ

High knees

ออกกำลังกาย High knees

ท่านี้ เป็นการวิ่งอยู่กับที่ เพียงแต่ต้องยกเข่าขึ้นมาให้อยู่ในระดับสะโพกในจังหวะที่ยกขาขึ้น ย่ำสลับกันซ้ายขวาโดยรักษาระดับความสูงของเข่าไว้ให้คงที่ ทำให้ครบ 30 วินาที

Squat Jumps

ออกกำลังกาย Squat Jumps

ท่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างการทำสควทและการกระโดด เริ่มจากยืนแยกปลายเท้าห่างกันเท่ากับช่วงสะโพก หลังตรง จากนั้นค่อยๆย่อตัวลงไปทำการสควอทตามปกติ และเมื่อถึงจังหวะที่เราจะยืดตัวขึ้นจากการทำสควอท แทนที่จะกลับไปยืนนิ่งๆเหมือนท่าเริ่ม ให้สาวๆยืดตัวขึ้นพร้อมกระโดดให้ปลายเท้าลอยจากพื้นเล็กน้อยแทน กระโดดเบาๆจากนั้นย่อตัวสลับกลับมาทำสควอทใหม่อีกรอบ ทำสลับกันไปจนครบ 30 วินาที

Alternating Lunges

ออกกำลังกาย Alternating Lunges

เริ่มจากยืนตัวตรงเท้าชิด จากนั้นให้ก้าวขาซ้ายออกไปวางด้านหลัง (ให้แนวขาที่ก้าวออกไปอยู่ในแนวตรง ไม่เฉียงนะคะ) พร้อมงอเข่าด้านขวาและลำตัวลง จนต้นขาด้านขวาขนานกับพื้น (ลักษณะของขาขวาในstepนี้จะมีลักษณะคล้ายตัว L คว่ำ) ส่วนขาซ้ายให้ใช้ปลายเท้ารับน้ำหนักตัวไว้ งอเข่าซ้ายจนเกือบแตะพื้น (ลักษณะของขาซ้ายในstepนี้จะคล้ายกับตัว L หงาย ตรงข้ามกับขาขวานั่นเองค่ะ) ค้างไว้ประมาณหนึ่งวินาทีสั้นๆ ก่อนจะดึงขาซ้ายกลับไปยังท่าเริ่มต้น จากนั้น ทำในลักษณะเดิมเพียงแต่สลับเป็นก้าวขาขวาไปด้านหลังแทนขาซ้าย ทำสลับกันซ้ายขวาไปเรื่อยๆจนครบ 30 วินาที

สำหรับท่านี้มือทั้งสองข้างสามารถปล่อยลงขนาบข้างลำตัวสบายๆหรือจะประสานกันยกไว้ในระดับอกเพื่อช่วยในการทรงตัวก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ

Squat Taps

ออกกำลังกาย Squat Taps

เป็นผสมผสานระหว่างการทำสควอทและการแตะขา เริ่มจากทำท่าสควอทปกติ แต่ในจังหวะที่เรายืดตัวขึ้นนั้น ให้ยกขาขวาเฉียงออกไปด้านขวาแล้วแตะพื้น จากนั้นดึงขาขวากลับมาที่เดิม ก่อนจะทำการย่อตัวลงและสควอทอีกครั้ง และเมื่อยืดตัวขึ้น ให้เปลี่ยนเป็นการก้าวขาซ้ายเฉียงออกไปแตะพื้นด้านซ้าย ก่อนจะดึงขาซ้ายกลับมาที่เดิม และให้สลับไปทำสคอทอีกครั้ง ทำสลับกันซ้ายขวาจนครบ 1 นาที

Source : XHIT Daily


 

อาหาร 20 อย่างที่สามารถรับประทานได้ในช่วงลดน้ำหนัก… แคลอรี่ต่ำและช่วยระบบเผาพลาญ

ในช่วงลดน้ำหนัก หลายๆคนอาจจะคิดว่า กินอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำๆเข้าไว้ จะได้ไม่อ้วน แต่ความจริงนอกจากอาหารแคลอรี่ต่ำแล้ว ยังควรรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายประกอบด้วย

ในบทความนี้ผมก็มี อาหาร 20 อย่างที่สามารถรับประทานได้ในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งนอกจากจะมีอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำแล้ว ยังมีอาหารจำพวกที่ช่วยในเรื่องระบบเผาผลาญ และฮอร์โมนของร่างกายอีกด้วยครับ

1. ไข่

ff1

2. ผักใบเขียว

ff2

3. แซลม่อน

ff3

4. ผักตระกูลกะหล่ำ

ff4

5. เนื้อไม่ติดมัน และอกไก่

ff5

6. มันฝรั่งต้ม

ff6

7. ทูน่า

ff7

8. พืชตระกูลถั่ว

ff8

9. ซุป

ff9

10. เนยแข็งคอทเทจ (cottage cheese)

ff10

11. อโวคาโด้

ff11

 

12. น้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vinegar)

ff12

13. ถั่วกินเล่น

ff13

14. โฮลเกรน

ff14

15. พริก

ff15

16. ผลไม้

ff16

17. เกรปฟรุต

ff17

18. เมล็ดเจีย

ff18

19. น้ำมันมะพร้าว

ff19

20. โยเกิร์ต

ff20

ข้อมูลจาก: Business Insider

ผอมลงเรื่อยๆ! แค่กินน้ำแข็งทุกวันตอนเช้า

น้ำแข็ง คือทางลัดใหม่ล่าสุดสู่การลดไขมันที่จะทาให้คุณผอมลง โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย แถมยังเย็นชื่นใจอีกต่างหาก

ผลวิจัยล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งศึกษาเรื่องการลดน้ำหนักเปิดเผยว่าคุณสามารถลดรอบเอวได้ ด้วยเทคนิคง่ายๆ

โดยมีข้อมูลจาก Annals of Internal Medicine ชี้ว่าการกินน้ำแข็งทุกเช้าจะทำให้ระดับไขมันในร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัด (น้ำแข็งที่ทำจากน้ำ 1 ลิตรช่วยลดระดับไขมันได้พอๆ กับการวิ่ง 1 ไมล์เลยทีเดียว)

เพราะการกินของเย็นๆ อย่างน้ำแข็งจะทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานในการเพิ่มระดับอุณหภูมิแกนกลาง คุณจึงลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามสักนิด และเราก็มีน้ำแข็งในรูปแบบที่สร้างสรรค์ดังต่อไปนี้ให้คุณลองพิสูจน์ด้วย

1. รสแตงโม หลังจากเข้ายิมให้คุณลองเคี้ยวน้ำแตงโมแช่แข็ง เพราะสมาคมเคมีอเมริกันชี้ว่า นอกจากช่วยลดอาการ กล้ามเนื้อระบมแล้ว กรดอะมิโนในแตงโมยังช่วยลดไขมันด้วย

927.1

2. รสพริก เติมน้ำให้ซอสพริกที่คุณชอบเจือจางลง หรือใส่พริกฮาลาเปนโยในถาดทาน้ำแข็ง แล้วนาไปใส่ในช่องแช่แข็ง เพราะพริกมีผลด้านการลดความอยากอาหาร และยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายด้วย

3. รสกาแฟ การปล่อยให้เอสเปรสโซในถ้วยเย็นลงแล้วนำไปใส่ในช่องแช่แข็ง เพื่อทาเป็นน้าแข็งก้อน คือวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยกระตุ้นกลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกายในตอนเช้า โดยคุณจะนำมาเคี้ยวเล่นหรือ ใส่ในแก้วนมเย็นๆ สักสองก้อนก็ได้

927.2

4. รสสะระแหน่ เพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับค็อกเทลแก้วโปรดด้วยการใส่น้าแข็งก้อน ซึ่งมีใบสะระแหน่อยู่ข้างใน เพราะ นอกจากจะได้น้าแข็งก้อนที่ดูหรูหราแล้ว สมุนไพรชนิดนี้ยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยลดโอกาสในการเป็นโรค รวมทั้งมีสารอาหารที่ช่วยลดไขมันด้วย

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก bedtaledidea.blogspot.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

สูตรสครับ “กากกาแฟ” ..ช่วยสลายเซลลูไลท์ ยิ่งถูยิ่งสลายได้ไว!

สำหรับคนที่ต้องการมีผิวเนียนนุ่ม เราขอแนะนำสูตรกากกาแฟสครับผิว ที่นอกจากจะช่วยผิวสวยแล้วยังช่วยสลายเซลลูไลท์ได้ด้วยนะ บอกได้เลยว่าใครลองครั้งแรกจะต้องติดใจ และอยากใช้ทุกวัน ยิ่งถ้าชอบอยู่ในห้องน้ำนานๆ ก็สครับกันได้นานอีกนิด 5-10 นาที จะได้ผลยิ่งกว่า

เพราะหลังจากเสร็จขั้นตอนสครับและทำความสะอาดร่างกายแล้ว จะรู้สึกได้เลยถึงความเนียนของผิว และหลังจากนั้นไม่กี่วันก็บอกลาเซลลูไลท์กันไปเลย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าท้องหรือต้นขา 

สูตรดีๆ สครับกาแฟ ต้องใช้อะไรบ้าง… 

▶ กากกาแฟ หรือ เมล็ดกาแฟสดแล้วใช้ครกบดก็ได้ แต่บดไม่ต้องละเอียดมาก ½ ถ้วย  ▶ น้ำตาลทราย ½ ถ้วย สำหรับคนผิวบอบบางแพ้ง่ายแนะนำน้ำตาลทรายแดง  ▶ น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก ¼ ถ้วย  ▶ กระปุกสำหรับเก็บสครับ 

Step 1 : นำสำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกัน  Step 2 : ทำความสะอาดผิวด้วยการอาบน้ำตามปกติก่อนจะสครับ  Step 3 : สครับผิวทุกส่วน เน้นบริเวณเซลลูไลท์ โดยควรถูวนขึ้นข้างบน  Step 4 : อย่าลืมสครับบริเวณข้อศอก หัวเข่า และตาตุ่ม รวมถึงผิวหนังบริเวณที่แห้ง หยาบ และคล้ำ  Step 5 : ล้างผิวกายด้วยน้ำอุ่น (เพื่อล้างน้ำมันออกไปบ้าง) 

หลังจากเช็ดตัวจนแห้งสะอาด ลองลูบไล้ผิวของคุณดูสิ จะนุ่มลื่นอย่างเห็นได้ชัด อีกน้ำมันจากเมล็ดกาแฟและน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก จะไปช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น จึงจะดีมากสำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องแอร์หรือในอากาศแห้งตลอดเวลา สูตรนี้ใครๆ ก็รักจริงๆ ค่ะ ไม่ต้องลำบากไปขอกากกาแฟจากที่ไหน ซื้อเมล็ดกาแฟมาบดเองได้เลย รับรองความนุ่มจริงๆ นะ 

บทความจาก…… cosmenet.in.th 


 

ลดหน้าท้องส่วนล่าง โดยไม่ต้องอดอาหาร ได้ผลดีมาก!!

fff2

หลายคนมีปัญหาว่าลดน้ำหนักลงมาก็มากแล้ว อดอาหารจนแทบจะขาดสารอาหารตายก็แล้ว ออกกำลังกายเบิร์นจนไขมันจะไม่เหลือในร่างกายก็แล้ว ฝึกกล้ามท้องจนปวดหลังก็แล้ว แต่ทำอย่างไรก็ลดหน้าท้องส่วนล่างไม่ได้สักที เราจึงต้องมาพิจารณากันก่อนว่าเหตุใดกล้ามเนื้อในตำนานมัดนี้จึงได้ลดยากลดเย็นนัก

ผมจะมาบอกวิธีลดพุงส่วนนี้ให้หายไปได้ง่ายๆภายใน 1 วินาที ถ้าไม่เชื่อ คุณสามารถทดลองยืนแล้วเบ่งพุงออกมาให้มากที่สุด ในคนที่มีปัญหาจะพบว่าพุงนั้นป่องออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ทีนี้ผมอยากให้ลองยืนยืดตัวให้สูงที่สุด(โดยไม่ได้เขย่ง) ยืดตัวขึ้นเหมือนมีคนมาดึงผมเราขึ้นข้างบน แล้วลองเบ่งพุงอีกครั้ง

คุณจะพบว่าพุงที่ป่องๆเมื่อสักครู่มันเบ่งไม่ออก เนื่องจากว่าเมื่อกล้ามเนื้อท้องมีความยาวเท่าเดิมแต่หลังคุณงอ พุงก็ย่อมถูกดันออกมา แต่คุณจะทำท่านี้ได้ไม่นาน สักพักก็จะกลับไปมีบุคลิกเช่นเดิมอยู่ดี

เนื่องจากในปัจจุบันอาการเหล่านี้เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรา ที่กึ่งนั่งกึ่งนอน นั่งหลังค่อม นั่งนานๆทั้งวัน ผู้ที่มีอาการเช่นนี้จึงมักจะมีบุคลิกภาพการยืนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ คือ ยืนแอ่นพุง หลังส่วนล่างแอ่น ไหล่ห่อ หลังส่วนบนค่อม หน้าอกหย่อนยาน และคอยื่น ซึ่งเมื่อเกิดอาการนี้แล้วต่อให้กล้ามท้องคุณจะเห็นซิกแพ็คหรือเป็นคนที่ผอมมากๆ คุณก็จะยังมีพุงส่วนล่างป่องออกมาอยู่ดี

ดังนั้นนอกจากจะต้องพยายามปรับท่าทางการใช้ชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นแล้ว ผมจะขอแนะนำท่าออกกำลังกายที่จะช่วยเพิ่มความสมดุลให้ร่างกายในเบื้องต้นด้วย ดังนี้

fff

Pelvic Tilt Exercise

1. นอนหงายชันเข่า โดยปกติแล้วคนทั่วไปจะมีส่วนโค้งเล็กน้อยบริเวณหลังส่วนล่างพอให้เอามือสอดเข้าไปได้

2. ให้ช่วงบนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับพยายามแอ่นหลังส่วนล่างให้พ้นพื้นมากที่สุด โดยคุณจะต้องพยายามกดสะโพกลงไปที่พื้น

3. พยายามให้ช่วงบนอยู่นิ่งกับที่พร้อมกับกดหลังส่วนล่างให้แนบพื้นมากที่สุด โดยจะต้องพยายามหมุนสะโพก ถ้าทำได้ถูกต้องจะรู้สึกเกร็งบริเวณท้องส่วนล่างและสะโพก ซึ่งตอนนี้บริเวณหลังส่วนล่างต้องแนบสนิทกับพื้น พยายามฝึกท่านี้จนชำนาญ

ซึ่งถ้าคุณทำได้อย่างถูกต้องคุณจะรู้สึกเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อก้น และหน้าท้องส่วนล่าง

ทำสลับข้อ 1 กับข้อ 3 นับเป็น 1 ครั้ง ให้ทำจนทำไม่ไหวนับเป็น 1 เซ็ต ทำอย่างน้อยวันละ 3 เซ็ต วันเว้นวัน

รู้อย่างนี้กันแล้วก็ไม่ต้องไปอดอาหารให้ลำบาก แค่แก้ไขอาการให้ตรงจุด โดยใครทำท่านี้ได้ชำนาญแล้วสนใจจะออกกำลังกายให้ได้ผลเร็วยิ่งขึ้น

___________________________________________
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก : http://women.sanook.com/blog/66487

9 สูตรลดน้ำหนัก มีตั้งแต่สำหรับ 3วัน , 1สัปดาห์ , 1เดือน :: ลดได้ถึง 8 15 โล!!

ความอ้วนกับสาว ๆ ดูเหมือนจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งถ้าเกิดใครมาทักว่า “นี่เธอดูอ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ย” คงจะถึงขั้นตัดเพื่อนตัดพี่น้องกันเลยทีเดียว อิอิ แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก เพราะวันนี้เรารวบรวม สูตรลดน้ำหนัก เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วน ภายในช่วงเวลาที่เราต้องการ ตั้งแต่ 3 วัน ถึง 1 เดือน มาฝากสาว ๆ ด้วย เอ้า…ไหนมาดูซิ ว่ามี สูตรน้ำหนัก อะไรน่าสนใจบ้างเอ่ย

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 1: สูตรลดน้ำหนัก ของสมเด็จพระเทพฯ

เป็นสูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ค่ะ โดยก่อนรับประทานอาหาร ให้ดื่มน้ำก่อน 2 แก้ว และจัดอาหารแต่ละมื้อ ดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : น้ำผลไม้ หรือโยเกริต์ มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
มื้อเย็น : สลัดผัก

วันที่ 2

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
มื้อเย็น : โยเกิรต์

วันที่ 3

มื้อเช้า : โยเกิรต์หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4

มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
มื้อเย็น : โยเกิรต์

วันที่ 5

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
มื้อเย็น : สลัดผัก

วันที่ 6

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา
มื้อเย็น : นมสด

วันที่ 7

มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือ ข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ลูก มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

ส่วนวันที่แปด มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น สามารถรับประทานอาหารอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักต่อให้เริ่มรับประทานเหมือนที่ทำตั้งแต่วันแรกค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 2 : สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

โดยทั้งสามวัน คุณสาว ๆ ต้องดื่มน้ำ 2 แก้ว ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อค่ะ และต้องรับประทานอาหารดังนี้

วันที่ 1

ตื่นมา ถ่ายให้หมด และ ดื่มน้ำสะอาด 1 ลิตร

มื้อเช้า : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ส้มขนาดกลางหวานไม่มาก + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล มื้อกลางวัน : ไอศกรีม รสวนิลา 1 ลูก +แครอท น้ำบุรูท ประมาณ 50 กรัม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ปลาทูน่า + มะเขือเทศ สีดา 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

วันที่ 2
มื้อเช้า :แก้วมังกร + แฮม 2 แผ่น + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อกลางวัน :ไข่ต้มกินไข่ขาว + ถั่วฝักยาว ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ผักกาดต้ม + แคนตาลูบ ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

วันที่ 3

มื้อเช้า : ปลาทูน่า + ส้มเขียวหวาน ขนาดเล็ก 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล มื้อกลางวัน :แกงส้ม กินแต่ผัก + กินเปลือกกุ้ง + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ลูกพรุนแห้ง 2 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

ระหว่างนี้ห้ามทานของมัน หรือของทอดเด็ดขาด หลังจากรับประทานครบ 3 วันแล้ว สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 3: สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

นี่ก็เป็นสูตรลดน้ำหนัก 3 วัน อีกเช่นกัน สำหรับสาวใจร้อน อยากลดน้ำหนักเร็ว ๆ โดยทั้งสามวัน คุณสาว ๆ ต้องรับประทานอาหารดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ส้มโอ 1/2 ผล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ถั่วเหลืองในซอสมะเขือเทศ มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ปลาทูน่า 4 ออนซ์ (ประมาณ 115 กรัม) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น ถั่วฝักยาวต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์

วันที่ 2

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง กล้วยหอม 1/2 ผล มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Coltage Cheese (คล้ายโยเกิร์ต) 120 กรัม
มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น บร็อคคอลรี่ต้ม 4 ออนซ์ แครอทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ กล้วยหอม 1/2 ผล

วันที่ 3

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Cheddar Cheese 1 แผ่น แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง
มื้อเย็น : ปลาทูน่า 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ ดอกกระหล่ำต้ม 4 ออนซ์ แคนตาลูป 1/2 ผล

หมายเหตุ

1. ขนมปังปิ้งต้องปิ้งจนแห้ง ห้ามทาเนยหรือมาการีน 2. แคร๊กเกอร์ต้องเป็นรสเค็ม
3. ปลาทูน่าและถั่วฝักยาวสามารถแช่แข็งได้
4. อาหารชุดนี้จะทำปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งกันและกัน และพิสูจน์ได้

ข้อห้าม

1. ห้ามเปลี่ยนแปลงหรือทดแทนอาหารอื่น ห้ามใช้เครื่องปรุงอื่น นอกจากเกลือและพริกไทย 2. รายการใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ให้ใช้วิจารณญาณตามความเหมาะสม

สูตรอาหารนี้ให้ใช้ติดต่อกัน 3 วัน ภายใน 3 วัน ควรลดน้ำหนักได้ 10 ปอนด์ หรือประมาณ 4.5 กิโลกรัม หลังจาก 3 วัน สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 4 : สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน

สาว ๆ ที่สนใจ สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ควรจัดอาหารรับประทานดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักต้ม
มื้อเย็น : สเต็กกับสลัดผักน้ำใส และผลไม้

วันที่ 2

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น มื้อกลางวัน : สเต็กหรือเนื้อหมู เนื้อวัวย่างก็ได้ กับสลัดผักเขียวและผลไม้
มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

วันที่ 3

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และสลัดกับแครอท
มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

วันที่ 4

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟองกับแครอทต้ม
มื้อเย็น : ผลไม้และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

วันที่ 5

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล มื้อกลางวัน : ปลาเผาหรือปลาย่างกับผักต้ม
มื้อเย็น : สเต็ก หรือเนื้อย่างไม่ติดมัน กับสลัดผักสดน้ำใส

วันที่ 6

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล มื้อกลางวัน : ไก่ย่างไม่ติดหนัง
มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับแครอทต้ม

วันที่ 7

มื้อเช้า : กาแฟหรือชาบีบมะนาว แต่ไม่ใส่น้ำตาล มื้อกลางวัน : ผลไม้อะไรก็ได้ในปริมาณต้องการ
มื้อเย็น : อะไรก็ได้ทุกอย่างที่อยากทาน ไม่จำกัดปริมาณ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 5 : สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วัน

มาลองดูกันหน่อย สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วันมีอะไรบ้างเอ่ย

วันที่ 1

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย  มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 2

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย  มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น: เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 3

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น  มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว
มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 4

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น  มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

วันที่ 5

มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว)  มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

วันที่ 6

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น  มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 7

มื้อเช้า : ชา 1 ถ้วยไม่ใส่น้ำตาล/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น  มื้อกลางวัน : น้ำเปล่าอย่างเดียว
มื้อเย็น : หมูอบ 2 ขีด / ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 8

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย  มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 9

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย  มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 10

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น  มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว
มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 11

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น  มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

วันที่ 12

มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว)  มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

วันที่ 13

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น  มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

สำหรับสูตรลดน้ำหนัก 13 วันนี้ มีข้อห้ามด้วยนะคะ สำคัญมาก ๆ คือ

ใน 13 วันนี้ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ เหล้า ไวน์ หมากฝรั่ง หรือขนมที่มีรสหวานเด็ดขาด

หากเผลอทานนอกเหนือจากสูตร และต้องการจะเริ่มควบคุมอาหารใหม่อกครั้ง ต้องเริ่มทานสูตรนี้ใหม่ หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว

หากควบคุมอาหารตามสูตรได้แล้วถึงวันที่ 6 แต่ล้มเหลว จะสามารถเริ่มทานอาหารสูตรนี้ใหม่ได้ เมื่อผ่าน 3 เดือนไปแล้ว

หากทานอาหารตามสูตรนี้ได้ครบ 13 วันแล้ว ยังต้องการจะควบคุมอาหารอีก ควรทำหลังจาก 1 ปีไปแล้ว หรือถ้าเลย 2 ปีไปได้ จะดีที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ สูตรลดน้ำหนัก 13 วัน ยังมีรายละเอียดปริมาณอาหารที่กำหนดไว้คือ

1.กาแฟดำ.. ให้ใส่น้ำตาลได้ 1 ช้อน ถ้าไม่ใส่ได้ จะดีที่สุดค่ะ 2.ผักต้ม.. ถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดีมาก หรือถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ผักกาดขาว หรือผักกวางตุ้งแทนก็ได้ 3.มะเขือเทศสด.. ถ้าผลใหญ่ให้ทาน 1 ผล ถ้าผลเล็กให้ทาน 2-3 ผล 4.เนื้อไก่อบ..ใช้เนื้อสัน หรือเนื้อหน้าอกที่ไม่ติดมันหรือหนังเลย 2 ขีด ส่วนเนื้อหมูก็ต้องไม่ติดมันเลยเหมือนกัน 5.สลัด..ใช้ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูก นำมาหั่นรวมกันจะได้ประมาณ 1 จาน แล้วราดด้วยน้ำสลัดใสเท่านั้น 1 ถ้วย (ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ) 6.น้ำมะนาว..ใช้มะนาวสด 1-2 ลูก คั้นเอาน้ำ แล้วชงน้ำร้อนใส่เกลือ (ใส่น้ำแข็งก็ได้) 7.โยเกิร์ต..รสจืด (รสธรรมชาติ) จะดีที่สุด 8.ผลไม้สด 1 ผล..ให้เลือกทานคือ ส้ม ชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง หรือผลไม่ที่ไม่เป็นแป้งและต้องไม่หวาน 9.ปลานึ่ง..ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงได้ แต่ไม่ว่าปลาอะไรก็จะต้องไม่ติดหนังเลย 10.ไข่ต้ม..ต้องต้มให้สุกๆ เลยค่ะ 11.น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 1-2 ลิตร ถ้าหิว..ให้ดื่มน้ำเปล่าได้อย่างเดียว “เท่านั้น” เพราะน้ำเปล่าสามารถดื่มได้ทั้งวัน เท่าไหร่ก็ได้ค่ะ

 

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 6: สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

หากสาวใดคิดว่า 3 วัน 7 วัน เร็วไป กลัวไม่ได้ผลล่ะก็ มาลอง สูตรลดน้ำหนัก 2 สัปดาห์กันดีกว่า โดยตลอด 2 สัปดาห์ ให้จัดมื้ออาหาร และปฏิบัติตัวดังนี้

1. มื้อเช้ากินไข่ต้ม 1 ฟองหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย  2. มื้อกลางวันกินสลัดผัก 1 จาน หรือส้มตำ 1 จาน (อย่าปรุงรสหวานนะคะ)
3. มื้อเย็นกินแอปเปิ้ล 1 ผล หรือแฮมนึ่ง 1 แผ่น
4. งดอาหารหลัง 6 โมงเย็น ถ้าหิวให้ดื่มน้ำมากๆ แทน
5. เต้นแอโรบิก 60 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์

ทำตามนี้ทุกวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รับรองว่า น้ำหนักส่วนเกินของคุณสาวๆ หายไปในพริบตาแน่นอน

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 7 : สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

นี่ก็เป็น สูตรลดน้ำหนัก ในสองสัปดาห์อีกเช่นกัน โดยแต่ละวันให้จัดอาหาร คือ

วันที่ 1

มื้อเช้า : กาแฟไม่ใส่น้ำตาล  มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ ผักขมจีน นำไปทำอะไรก็ได้ โดยใส่เกลือน้อยๆ
มื้อเย็น : เนื้อสันทอดน้ำมันน้อย ๆ (น้ำมันมะกอกจะดีที่สุด) , สลัดผักเขียว และผลไม้อะไรก็ได้ตามต้องการ

วันที่ 2

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปัง 1 ก้อน (ขนมปังปกติ 3 แผ่น) มื้อกลางวัน : สเต็กก้อนใหญ่ และ สลัดผักเขียว และ ผลไม้ตามใจชอบ
มื้อเย็น : แฮมต้มตามต้องการ

วันที่ 3

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 2 ก้อน มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ สลัดมะเขือเทศตามต้องการ
มื้อเย็น : แฮมต้มตามต้องการ

วันที่ 4

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 1 ก้อน มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟอง และ หัวแครอทต้มกินกับเนยแข็ง (เนยสวิส)
มื้อเย็น : ผลไม้ และ โยเกิร์ตเปรี้ยว

วันที่ 5

มื้อเช้า : แครอทต้มใส่น้ำมะนาว และกาแฟดำ มื้อกลางวัน : ปลานึ่ง และ มะเขือเทศ
มื้อเย็น : สเต็ก และ สลัดผักเขียว

วันที่ 6

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 1 ก้อน มื้อกลางวัน : ไก่ย่างตามต้องการ
มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ แครอทต้ม

วันที่ 7

มื้อเช้า : ชาใส่มะนาว มื้อกลางวัน : ผลไม้ตามต้องการ
มื้อเย็น : รับประทานอาหารตามปกติ

พอวันที่ 8 ก็ให้ย้อนกลับไปรับประทานอาหารตามวันที่ 1 ใหม่ หากทำครบ 2 สัปดาห์แล้ว สาว ๆ ควรจะลดน้ำหนักลงไปได้อย่างน้อย 7 กิโลกรัมค่ะ และที่สำคัญระหว่างลดน้ำหนัก ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมเด็ดขาดค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 8 : สูตรลดความอ้วนจากฝรั่งเศส 24 วัน

สูตรนี้ส่งตรงมาจากเมืองน้ำหอมเลยทีเดียว กับสูตรลดความอ้วน 24 วัน โดย อาหารของเก้าวันแรก ประกอบด้วย

มื้อเช้า : ส้มโอ และกาแฟ หรือชา

มื้อกลางวัน : เป็นเนื้อสัตว์ล้วน ๆ ไม่มีข้าว ไม่มีผัก ไม่มีนม และไข่ สามารถใส่ซอสได้ กินได้มากเท่าที่ต้องการไม่จำกัด แต่มีข้อแม้ว่าในหนึ่งมื้อให้กินเนื้อสัตว์เพียงชนิดเดียวเท่านั้นค่ะ เช่น หมูล้วน ไก่ล้วน ปลาล้วน เพื่อให้กระเพาะอาหารสามารถทำงานได้ดี มากกว่าการกินปนกันที่จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น โดยเนื้อสัตว์นั้น เนื้อหมูจะมีไขมันมากที่สุด ตามมาด้วยเนื้อวัว ส่วนอาหารทะเลจะมีไขมันน้อย นอกจากนี้อาหารต้ม นึ่ง เผา จะมีแคลอรีน้อยกว่าอาหารทอด เช่นนั้นแล้ว ลองเลือกดูนะคะว่า จะทานอะไร

อาหารแนะนำคือสเต็กพริกไทย ปลาสำลีเผา กุ้งอบเกลือ สตูว์เนื้อไม่ใส่ผัก ปลากระพงย่างบีบมะนาว หมูทอดกระเทียม แกงจืดหมูสับล้วน ระวังอย่ากินผักและข้าวเป็นพอ

 มื้อเย็น : ให้กินแต่ข้าวกล้องล้วน ๆ แต่สามารถเติมซอสได้ ผัดกับกระเทียมได้ ใส่ซีอิ้ว พริกไทยได้หมดค่ะ แต่ห้ามไม่ให้มีนมกับไข่ผสมเด็ดขาด ผักและเนื้อสัตว์กินไม่ได้เช่นกัน อาหารแนะนำ คือ ข้าวผัดกระเทียมใส่ซีอิ๊วขาว ข้าวผัดกะปิ ข้าวคลุกมันกุ้ง ข้าวผัดมันปู ข้าวคลุกน้ำพริกตาแดง ข้าวคลุกน้ำพริกต่าง ๆ ข้าวคลุกพริกป่นบีบมะนาว

 สามวันต่อมา แม้ว่า น้ำหนักของคุณสาวๆ จะเริ่มลดไปบ้างแล้ว แต่ยังหยุดไม่ได้ค่ะ ต้องรับประทานต่อ โดย มื้อเช้ายังคงเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นเป็นผลไม้ล้วน ๆ ห้ามมีอย่างอื่นมาเกี่ยวข้อง จะทานผลไม้อะไรก็ได้ ทุเรียน มะม่วง ก็ไม่ว่า (แต่น้ำหนักอาจลดน้อยกว่าที่ควร) และต้องกินเป็นมื้อ อย่ากินจุบจิบ

เก้าวันชุดที่ 2 อาหารเช้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อที่เหลือเป็นผักล้วน มันฝรั่ง เผือก ข้าวโพด ทานได้ค่ะ อาหารแนะนำ ได้แก่ คะน้าผัดน้ำมันหอย ผักนึ่งจิ้มน้ำพริก ผัดผักทุกอย่าง สลัดผักน้ำใส (ที่ไม่ใส่นม ไข่ และน้ำตาล)

และสามวันสุดท้าย มื้อเช้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นให้ทานเป็นผลไม้ล้วนๆ

ถ้าทำได้ครบและเคร่งครัด รับรองว่า น้ำหนักของคุณสาว ๆ ลดได้แน่ ๆ เลย แต่มีควรข้อระวังนะคะ หากนับวันผิด หรือเผลอทานนอกเหนือจากที่กำหนดไป ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกค่ะ และถ้าครบ 24 วันแล้ว ก็สามารถกลับไปทานอาหารแบบเดิมได้ แต่ถ้าอยากผอมตลอด โดยไม่อยากควบคุมปริมาณอาหาร ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้คือ

หากจะทานเนื้อ ให้ทานเนื้อชนิดเดียวกัน และให้กินร่วมกับผัก ห้ามกินรวมกับพวกแป้ง

หากจะกินอาหารพวกแป้ง เช่น ข้าว ก็ไม่ควรทานพร้อมกับโปรตีน ให้ทานกับผักแทน

ผลไม้จะทานในปริมาณเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ เพราะเป็นอาหารที่ใช้เวลาอยู่ในกระเพาะน้อย แต่เป็นอาหารหนัก ทำให้อิ่มนาน ดังนั้นเพื่อสุขภาพควรทานผลไม้ก่อนทานอาหารหลัก ประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ผลไม้ไปตัดกำลังอาหารหลักนั่นเอง เราก็จะทานอาหารได้น้อยลง

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 9 : สูตรลดน้ำหนักใน 1 เดือน

ใครชอบสูตรลดน้ำหนักระยะยาว ต้องลองสูตรลดน้ำหนัก ใน 1 เดือนค่ะ โดยจะมีรายการอาหารเช้า กลางวัน เย็น และผลไม้ ให้เลือกเป็นข้อ ๆ แต่ละวันก็เลือกมามื้อละ 1 ข้อ และผลไม้ 1 อย่างค่ะ ส่วนผักจะทานเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจำนวน ส่วนอาหารแต่ละมื้อ มีอะไรให้เลือกบ้าง ไปดูกัน

มื้อเช้า

1. กาแฟดำ 1 ถ้วย และ ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น 2. นมพร่องมันเนย 1 แก้ว และ ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น
3. โยเกิรต์ไขมันต่ำ 1 ถ้วย
4. ขนมปังทาน้ำผึ้ง 1 แผ่น
5. ข้าวต้มไก่, กุ้ง 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำมัน หรือ กระเทียมเจียว (ข้าวปริมาณ 1 ทัพพีเล็ก)
6. ผลไม้

มื้อกลางวัน และมื้อเย็น

1. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ แกงส้ม, แกงเลียง, แกงป่า (เลือกมา 1 อย่าง แต่ห้ามทานแกงกะทิเด็ดขาด) 2. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ ต้มจืดตำลึง (อาจเปลี่ยนเป็นผักอย่างอื่นก็ได้ ไม่ใส่น้ำมัน)
3. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ เกาเหลาผักเยอะๆ 1 ถ้วย
4. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ น้ำพริก, ผักสด, ผักลวก (ไม่จำกัดปริมาณผัก)
5. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ ไข่ต้ม 1 ฟอง และผักไม่จำกัดปริมาณ
6. ขนมจีน 1 จับ และ น้ำยาป่า และ ผักไม่จำกัดปริมาณ (ห้ามทานน้ำกะทิ)
7. ข้าวเหนียว 1 ปั้น และ ส้มตำไม่ใส่น้ำตาล ไก่ย่าง 1 ไม้ ไม่ติดมัน และหนัง
8. สลัดผัก (ไก่, กุ้ง, ไข่) โดยน้ำสลัดต้องเป็นน้ำใสถ้าจะเป็นน้ำข้นต้องเป็นชนิดไขมันต่ำ 1 จาน
9. สเต็ก หมู, ไก่, ไม่ติดมัน และ ผักไม่จำกัดปริมาณ
10. ผลไม้

ผลไม้

1. สัปปะรด 1 จานเล็ก 2. ส้มโอ 1 จานเล็ก
3. ฝรั่ง 1 ลูก
4. ส้มเขียวหวาน 2 ลูก
5. แอปเปิ้ล 1 ลูก
6. แตงโม 1 จานเล็ก
7. มะละกอ 1 จาน

สูตรนี้ไม่จำกัดระยะเวลาค่ะ แต่ควรทานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน และงดอาหารจุบจิบ อาหารหวาน เครื่องในสัตว์ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ถ้าลองปฏิบัติตามนี้แล้ว ในเวลา 1 เดือน ควรลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5-8 กิโลกรัม

 มีสูตรลดน้ำหนัก ให้สาว ๆ ลองเลือกขนาดนี้ ใครชอบ สูตรลดน้ำหนัก ไหนก็ลองเลือกใช้ เลือกปฏิบัติกันดูนะคะ แต่ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้เห็นผลที่ชัดเจนค่ะ

Credit. Facebook

 

ค่อยเป็นค่อยไป ได้ผลจริงนะ!! ง่ายมากๆ วันละ 8ท่า 10นาที เพื่อ.. ขาเรียว น่องหายปูด!

หลายๆคนมักจะพูดกันว่าสาวเกาหลีนั้นหุ่นดี๊ดี ขาเรียวสวย ไร้ไขมัน น่าอิจฉาเป็นที่สุด แต่เบื้องหลังนั้นใครจะรู้ว่าพวกเธอนั้นมีเคล็ดลับรักษาหุ่นที่ทรหดขนาดไหน อย่าคิดว่าสวยอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดนะจ๊ะ

เพียงทำตาม 8 ขั้นตอนต่อไปนี้ ติดต่อกันทุกวัน รับรองว่าคุณจะมีขาที่เรียว สวย จนหนุ่มๆต้องมองเหลียวหลังเลยล่ะ!

ขาเรียว ท่าที่1:

นั่งขัดสมาธิบนเสื่อโยคะให้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างประกบกัน พยายามให้ต้นขาและเข่าเข้าใกล้พื้นมากที่สุด หลังตรง ยืดแขนตึงมือจับปลายเท้าไว้ หายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะเป็นเวลา 1 นาที เพื่อเป็นการวอร์มร่างกายก่อนท่าบริหารถัดไป

1432694643230911

ขาเรียว ท่าที่2:

นั่งหลังตรงและเหยียดขาซ้ายให้ตรง งอขาขวาเข้ามาให้ข้อเท้าพาดบนขาซ้ายช่วงบริเวณหัวเข่าขึ้นมาถึงตรงขา เพื่อเป็นการยืดเส้น คนที่เพิ่งหัดทำอนุโลมให้ขาซ้ายงอได้นิดนึงนะจ๊ะ เดี๋ยวจะบาดเจ็บเอา

1432694643586896

ขาเรียว ท่าที่3:

ท่าต่อมา นั่งในท่าเดิมพยายามเอนตัวลงไปใช้มือทั้งสองข้างจับปลายเท้าข้างซ้าย ค่อยๆกดตัวลงจนจับถึง ท่านี้เป็นการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาด้านใน ทำค้างไว้สักพักแล้วค่อยเปลี่ยนข้าง ทำเหมือนกันอีก 1 รอบ

1432694644738807

ขาเรียว ท่าที่4:

นั่งคุกเข่าบนเสื่อโยคะ ยืดตัวตรง ค่อยๆเอนตัวไปด้านหลังใช้มือทั้งสองข้างจับข้อเท้าเอาไว้ พยายามให้ต้นขาตั้งฉากกับน่อง 90 องศา ท่านี้จะช่วยยืดเส้นทั้งตัวให้กระชับ ด้วยแรงที่ต้องพยายามค้ำลำตัวไว้จะทำให้ต้องเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาและน่อง สามารถกระชับสองส่วนนี้ได้ไม่น้อยเลยล่ะ

1432694644824980

 

ขาเรียว ท่าที่5:

นั่งหันหน้าไปทางขวา งอขาข้างขวาคล้ายๆจะนั่งทับเท้าขวา แล้วยืดขาข้างซ้ายให้ตรง ยืดตัวและเอวให้ตรง ทำค้างไว้ประมาณ 1นาที ท่านี้จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินบริเวณต้นขา

1432694644732774

ขาเรียว ท่าที่6:

ต่อเนื่องจากท่าที่แล้วให้งอเข่าด้านซ้ายให้เท้าซ้ายชี้ขึ้นฟ้าใช้มือซ้ายจับข้อเท้าเอาไว้ให้น่องตั้งฉากกับพื้น 90 องศา ลองมองไปที่ท้องน่องข้างซ้ายส่วนที่ปูดออกมาคือเนื้อส่วนเกิน ทำค้างไว้สักพักแล้วสลับทำอีกข้างหนึ่ง

1432694644697709

ขาเรียว ท่าที่7:

นั่งยืดขาทั้งสองข้างให้เหยียดตรงแนบพื้น พยายามให้ช่องระหว่างข้างใต้ข้อพับหัวเข่าอยู่ห่างจากพื้นให้น้อยที่สุด นั่งหลังตรง ยืดแขนตรงให้ขนานกับพื้น ท่านี้จะช่วยดึงสมดุลระหว่างช่วงเอวและช่วงขาของคุณ บางคนเมื่อยืดขาตรง แขนตรงจะไม่สามารถเกร็งท้องและเอวให้ยืดตรงตั้งฉากกับพื้นได้ ท่านี้ยังช่วยจัดกระดูกช่วงไขสันหลังด้วยนะจ๊ะ

1432694645298051

ขาเรียว ท่าที่8:

นอนราบลงกับพื้น แขนทั้งสองวางแนบกับพื้นข้างลำตัว ค่อยๆชันเข่าพร้อมยกสะโพกขึ้นจนเอว ต้นขาและน่องรู้สึกเกร็ง ทำค้างไว้ 10 วินาที ท่านี้จะช่วยให้หน้าท้อง ต้นขาและน่องกระชับเข้ารูปได้อย่างดีเลยล่ะ

1432694645191230

ท่าบริหารหุ่นของสาวๆเกาหลีนั้นโดยมากจะเน้นเรื่องการยืดเส้นและการจัดรูปของกล้ามเนื้อ คล้ายๆกับการทำโยคะ หากลองทำท่าบริหารเหล่านี้ทุกวันรับรองว่าหุ่นของคุณจะค่อยๆดูดีขึ้น แล้วยังช่วยเรื่องของผิวพรรณ การกำหนดลมหายใจทำให้ร่างการสดชื่นขึ้น และทำให้คุณตัวอ่อนสมกับเป็นสาวน้อยที่น่าทะนุถนอมเลยล่ะ

ง่ายๆวันละ 10 นาที เพื่อขาเรียวสวยที่คุณคู่ควร!

Credit. liekr

 

อยากหุ่นดี.. เปิดเคล็ดนับแคลอรี่กินต่อวัน พร้อมวิธีการเผาผลาญ!! เด็ดสุดๆ

นับแคลอรี่” ถือเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผลดีวิธีหนึ่ง หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า นับแคลอรี่ คืออะไร ทำไมเราควรที่จะนับและคำนวณแคลอรี่ที่กินโดยรวมต่อวัน วันนี้ไทยรัฐออนไลน์มีคำตอบ…

นนท์ อัลภาชน์ หรือมิกกี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน สเตท ของสหรัฐฯ สาขาฟิตเนส แอนด์ นิวทรีชั่น และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย ECU Edith Cowan University สาขา Strength and Conditioning จากประเทศออสเตรเลีย บอกผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึงเหตุผลที่ต้องนับแคลอรี่ต่อวันว่า

นับแคลอรี่ลดความอ้วนกันเถอะ

1. ถ้าตัวเราเป็นรถ และอาหารเป็นน้ำมัน ถ้าเรารู้ขนาดของถังน้ำมัน ก็จะทำให้เรารู้ว่าต้องเติมเท่าไหร่

2. อยากให้เราเปรียบปริมาณแคลอรี่ที่ทานได้ต่อวันเป็นเหมือน โควตา หรือ งบ ที่เราสามารถใช้ได้ในการทานอาหาร หรือนึกเอาง่ายๆ ถ้าเรามีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง จะใช้อย่างไรให้คุ้มที่สุด

3. ถ้าเราทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่เยอะ เราก็จะทานได้น้อย = ไม่คุ้ม หรือขาดทุน นั้นเอง

4. แต่ถ้าเราทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่น้อย เราก็จะทานได้เยอะ = คุ้ม หรือ กำไร นั้นเอง

5. คุณสามารถเลือกเองได้ว่า อยากได้กำไร หรือ ขาดทุน จากประเภทอาหารที่เลือกทาน

6. ลองเลี่ยงที่จะไปทานอาหารข้างนอก และทำกินเองเพราะสามารถ ทำอะไรที่ปริมาณเยอะๆ และแคลอรี่ไม่เยอะมากได้

 



7. ถามว่าอาหารนอกบ้านทานได้ไหม ก็ทานได้ แค่หลายๆ อย่างอาจไม่คุ้ม เพราะแคลอรี่เยอะ จึงทำให้ทานได้น้อย พอทานน้อยก็ไม่อยู่ท้อง (ไม่ได้ดัดจริต หรือกลัวอ้วน แค่เสียดายโควตาในการกิน)

8. บางคนอาจจะ เอ๊ะ! นับทำไมแคลอรี่เสียเวลา กินๆ ไปเหอะ! เข้าท้องออกตูดเหมือนกัน…ก็จริง

9. เพราะคนที่ไม่นับแคลอรี่เวลาทาน หุ่นดีๆ ก็มีเยอะแยะไป

10. วิธีที่จะสร้างให้รูปร่างและสุขภาพดีไม่ได้มีแค่วิธีเดียวถ้าวิธีไหนทำแล้วสบายใจ ได้ผลที่เราต้องการ และไม่เดือดร้อนใคร ก็ทำต่อไป

Credit. thairath

 

สูตรใหม่.. “กล้วยหอม+มะนาว” ช่วยลดน้ำหนักและมาร์คหน้าใสขจัดความมันได้!

1430892727352366

ประโยชน์ของกล้วยหอม
หลายๆคนคงทราบถึงสรรพคุณทางโภชนาการของกล้วยหอมว่ามีประโยชน์กับร่างกายของคนเรามากมาย จนบางครั้งมีคนพูดว่า “กินกล้วยหอมวันละลูก เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง”
กล้วยหอมนั้นสามารถบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้า, อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS), ความดันโลหิตสูง, ท้องผูก, แมลงกัดต่อย และยังเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะโลหิตจาง

oK0eIy

ประโยชน์ของมะนาว
มะนาวนับเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีคุณค่ามหาศาล อุดมไปด้วยวิตามินซีและแร่ธาตุหลายชนิดที่สำคัญต่อร่างกายมนุษย์ วิตามินซีช่วยการสร้างและรักษาการทำงานทางสรีรวิทยาของเซลล์ในร่างกายให้อยู่ในสภาวะปกติ เมื่อขาดวิตามินซี เซลล์ในร่างกายจะเปราะบาง สูญเสียความสามารถต้านทานโรคจากภายนอก นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง เช่น การป้องกันโรคหวัด กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดและช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด

907791430892522

 

กล้วยหอม+มะนาว ชาลดน้ำหนัก

วัตถุดิบ: กล้วยหอมสุกฝาน 1 แผ่น, มะนาวฝาน 1 แผ่น, ดอกเก๊กฮวยแห้ง 9 ดอก

วิธีทำ: นำแก้วไปอุ่น ใส่มะนาวฝานและดอกเก๊กฮวยแก้งลงไปในแก้ว เติมน้ำร้อนลงไป ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แยกกากของมะนาวและเก๊กฮวยออก นำกล้วยหอมที่ฝานเตรียมไว้ใส่ลงในน้ำชาที่ได้พร้อมดื่ม

สรรพคุณ: ความเปรี้ยวของมะนาวและรสฝาดของกล้วยเมื่อผสมกันจะมีปฏิกิริยาทางเคมี ช่วยควบคุมความหิวและลดความอยากอาหาร นอกจากนี้ในกล้วยหอมยังอุดมด้วยวิตามินหลากหลายชนิดแถมยังช่วยเรื่องการขับถ่าย แก้เมาแฮงค์ได้;ความเปรี้ยวของมะนาวช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ บรรเทาอาการเจ็บปวด ฆ่าเชื้อโรคและลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด; ส่วนเก๊กฮวยนั้นช่วยให้ประสาทตื่นตัว

กล้วยหอม+มะนาว มาส์กขจัดความมัน

สิ่งที่ต้องเตรียม: กล้วยหอม 1 ลูก, มะนาว 1/4 ลูก

Face-Mask-with-Banana-for-Combination-Skin

ขั้นตอนการทำ:

1. ปอกเปลือกกล้วย ใช้ช้อนหรือเครื่องปั่นบดกล้วยให้เละ

2. ล้างมะนาวในสะอาด ทำเหมือนขั้นตอนแรก บดมะนาวให้เละ

3. นำกล้วยและมะนาวที่บดเรียบร้อยแล้วมาผสมกันให้ทั่ว

4. มาส์กกล้วยหอมมะนาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมใช้

วิธีการใช้:

1. ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง

2. นำมาส์กกล้วยหอมมะนาวที่ได้ทาให้ทั่วหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาและปาก โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาต้องระวังระคายเคืองจากมาส์ก

3. ทิ้งไว้ 15-20 นาที เสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สรรพคุณ: มาส์กควบคุมความมันจากกล้วยหอมและมะนาวนี้จะทำให้ผิวหน้าเนียนเรียบขึ้น ยิ่งได้ส่วนผสมจากมะนาวแล้วจะช่วยควบคุมและขจัดความมันบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี

คำแนะนำ: มาส์กหน้าด้วยสูตรนี้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แต่ไม่ควรเกินอาทิตย์ละ 3 ครั้ง

1430892727352366

การทานกล้วยหอมกับมะนาวพร้อมกันนั้นจะมีผลเสียหรือไม่?

กล้วยหอมและมะนาวนั้นสามารถทานพร้อมกันได้ มีสรรพคุณช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและไม่พบว่าเป็นพิษต่อร่างกายแต่อย่างใด

CR. liekr

 

ได้ผลมาก!! แค่กินแตงกวาและไข่ สามารถลดน้ำหนัก 5 กิโลภายใน 7 วัน ใครอยากจะลดน้ำหนักรีบมาดูเลย!!

กินแตงกวาและไข่มาลดน้ำหนัก เป็นวิธีหนึ่งที่หลายคนใช้มาตั้งนานมีเพื่อนคนหนึ่งใช้วิธีนี้แล้วได้ผลเร็วมาก เธอได้ลดน้ำหนักไป 10 กิโลภายในหนึ่งสัปดาห์

คำเตือน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สัปดาห์แรกคุณสามารถกินได้แค่ไข่ต้มและแตงกวา กินแค่อิ่มก็พอ ไม่ควรกินเยอะ

cats

การวางแผนการกินไข่ต้มและแตงกวาในสัปดาห์แรก

ช่วงเช้า: ไข่ต้ม1ฟอง แตงกวา 1 ลูก

เที่ยง: ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัดแตงกวา 1 จาน

ตอนเย็น: แตงกวา 1-2 ลูกหรือผัดแตงกวา 1 จาน

 

สัปดาห์ที่สอง คุณสามารถกินอาหารอย่างอื่นได้ เช่นเนื้อที่ต้มหรือนึ่งและผัก แต่อาหารเหล่านี้ไม่ควรใส่น้ำมัน หลังจาก 16:00 กินแค่ไข่ต้มและแตงกวา แนะนำว่าคุณสามารถดื่มน้ำเต้าหู้และนมในตอนเช้าได้ คุณยังสามารถกินผลไม้ได้ ยกเว้นกล้วย

ไข่จะเป็นอาหารหลักของคุณในสามมื้อต่อวัน สามารถกินกับผักและผลไม้หรือขนมปังและกาแฟจำนวนน้อยได้ หนึ่งสัปดาห์คุณก็จะสามารถลดน้ำหนัก 5 กกได้

กฎในการกิน: ไม่จำกัดจำนวนของไข่ในวันแรก หลังจากนั้นกินวันละสามฟอง คนที่มีคอเลสเตอรอลสูงควรกินแต่ไข่ขาวอย่างเดียว หรือกินเต้าหู้แทนไข่ขาวก็ได้เหมือนกัน วิธีนี้สามารถทำได้สองสัปดาห์

คุณควรออกกำลังกายด้วยเพื่อให้หุ่นดูดีขึ้น

1. นั่งลงโดยยืดขาไปข้างหน้า แล้วใช้มือทั้งสองไปจับเท้าดึงไปทิศทางเดียวกับร่างกาย

2. งอหัวเข่าข้างหนึ่ง มือจับเท้าอีกข้างหนึ่งแล้วดึงไปทิศทางเดียวกับร่างกายอย่างช้า ๆและขาข้างที่ตรงหัวเข่าไม่ควรงอ

3. เปิดขาทั้งสองข้างให้กว้างเท่าไหล่แล้วค่อยๆหมอบลง พยายามให้กล้ามเนื้อน่องออกแรง

CR. www.liekr.com

 

10 วิธีสลายไขมัน ที่ดีและง่ายที่สุด อยากผอมต้องทำเดี๋ยวนี้เลย!!

 

วิธีสลายไขมัน

หลายๆคนมองหาวิธีที่ดีและง่ายที่สุดในการสลายไขมันเพื่อที่จะลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะไดเอต ออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งทานผลิตภัฑณ์อาหารเสริมเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม นี่คือวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งที่จะช่วยเผาผลาญไขมันได้อย่างง่ายดาย

วิธีสลายไขมัน

วิธีสลายไขมัน 1 เพิ่มปริมาณโปรตีนที่ทานเข้าไป เราควรได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ของร่างกายทุกวัน โปรตีนคือพื้นฐานของการเพิ่มกล้ามเนื้อและยังเป็นการทำให้การเผาผลาญไขมันดีขึ้นอีกด้วย

วิธีสลายไขมัน 2 ยกน้ำหนักให้มากขึ้น Excess post-exercise oxygen consumption (EPOC) คือ การที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่องหลังการออกกำลังกาย ซึ่งอัตราการเผาผลาญจะขึ้นอยู่กับความหนักในการออกกำลังกาย ถ้าคุณออกกำลังกายหนักเท่าไหร่ ค่า EPOC ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

วิธีสลายไขมัน 3 ดื่มน้ำเย็น นักวิจัยชาวเยอรมันพบว่า การดื่มน้ำเย็น 2 แก้ว สามารถช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญได้

วิธีสลายไขมัน 4 ทานไข่ ผลการวิจัยทางคลินิคพิสูจน์แล้วว่า คนที่ทานไข่เป็นมื้อเช้าจะสามารถเผาผลาญไขมันสะสมได้ง่ายกว่า

วิธีสลายไขมัน 5 บริโภคผลิตภัณฑ์จากนม ผลิตภัณฑ์จากนมอุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสลายไขมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้อง

วิธีสลายไขมัน 6 ทานแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลมีสารประกอบโพลีฟีนอลซึ่งช่วยในการเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ อีกทั้งช่วยสลายไขมันบริเวณหน้าท้องอีกด้วย

วิธีสลายไขมัน 7 ทานรสเผ็ด พริกมีสารประกอบที่ชื่อว่า แคพไซซิน ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเบิร์นของแคลอรี่ นักวิจัยแสดงให้เห็นว่าสารแคพไซซินยังช่วยในการเบิร์นไขมันขณะออกกำลังกายได้อีกด้วย

วิธีสลายไขมัน 8 คาร์ดิโอหลังออกกำลังกาย ผลวิจัยชิ้นหนึ่งแนะนำว่าการทำคาร์ดิโอหลังการเล่นเวทจะช่วยเบิร์นไขมันได้มากกว่าการทำคาร์ดิโอก่อนการออกกำลังกาย

วิธีสลายไขมัน 9 ชาเขียว ชาเขียวประกอบด้วยสาร epigallocatechin gallate ซึ่งมีอยู่ในเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยสลาย neurohormone norepinephrine โดยสาร norepinephrine เป็นตัวที่เกี่ยวข้องกับการเร่งอัตราการเผาผลาญไขมัน ดังนั้นการป้องกันการสลายของสาร norepinephrine ย่อมหมายถึงการช่วยให้คุณเบิร์นแคลอรี่ได้มากขึ้นตลอดทั้งวัน

วิธีสลายไขมัน 10 ลองทานถั่ว การศึกษาชิ้นหนึ่งรายงานว่า ผู้เข้ารับการทดลองซึ่งทานแคลอรี่ต่ำ และโคเลสเตอรอลน้อย ( แคลอรี่ 40% จากไขมัน) สามารถลดปริมาณไขมันได้จากการทานถั่วแอลมอนด์ ซึ่งเห็นผลได้จากการเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ทานถั่ว

บทความจาก…www.share-si.com

สุขภาพดี หุ่นสวย กระชับแบบง่ายๆ ด้วยโยคะ 4 ท่านี้!!

 

1 ท่าเก้าอี้ ท่านี้ช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณด้านข้างลำตัว และช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น ท่านี้ถือเป็นท่าที่ท้าทาย ในการจะทำถ้านี้ให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องมีสมาธิจดจ่อ และจิตใจแน่วแน่ และทำตามขั้นตอนนี้

• ยืนตรง แยกเท้าออกจากกันห่างประมาณช่วงไหล่
• ย่อเข่าลง ทิ้งสะโพกไปด้านหลัง ระวังอย่าให้หัวเข่าเลยปลายเท้า Squat into a sitting posture – your thighs should be perpendicular to the floor.
• ยกแขนทั้งสองข้างขึ้น เหยียดขึ้นด้านบน โดยให้แขนสองข้างแนบหู
• ค้างไว้ประมาณ 30 วินาที

2 ท่ายืนก้มตัว การทำท่านี้จะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมอง ให้สมองได้พักและผ่อนคลายเครียด ช่วยกระตุ้นพลังในร่างกาย บริหารกระดูกสันหลัง คุณจะรู้สึกได้ว่าร่างกายได้ใช้พลัง และได้รับความแข็งแกร่ง

• ยืนตรง เท้าชิด แขนอยู่ข้างลำตัว • ยกแขนขึ้นเหนือศรีษะ เอนหลังเล็กน้อย โดยไม่เอนเข่า หายใจเข้าในขณะที่ยังเอนตัวไปด้านหลังอยู่
• ค่อยหายใจออกพร้อมกับยกตัวมาด้านหน้า พับสะโพกลงจนมือแตะที่พื้น
• หน้าผากติดกับเข่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้ารู้สึกตึงเกินไปให้งอขาเล็กน้อย
• ค้างไว้ประมาณ 20 วินาที แล้วค่อยๆยกตัวขึ้น 

3 ท่านักรบ ช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของขาอีกด้วย

• ยืนกางขาออกให้กว้างๆ • ปลายเท้าซ้ายหันเข้าหาลำตัวให้ทำมุม 90 องศา ส่วนปลายเท้าขวา เอียงไปด้านหน้า 45 องศา
• หันตัวไปด้านหน้า ทางเดียวกับปลายเท้าขวา
• ย่อเข่าขวาลงจนขาตั้งฉากกับพื้น อย่าให้เข่าเกินปลายเท้า ขาซ้ายเหยีบดตึง
• ยกแขนสองข้างขึ้น พนมมือเหนือศรีษะ
• ดึงแขนขึ้นอีก จนรู้สึกว่าตึงบริเวณเอว
• ทำท่านี้ค้างไว้ 30 วินาที และทำซ้ำโดยสลับข้าง 

4 ท่าสุนัข ท่าสุนัขสามารถช่วยยืดเหยียดกระดูกสันหลัง เอ็นร้อยหวาย กล้ามเนื้อสะโพก น่อง เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ

• นอนคว่ำหน้า ตั้งนิ้วเท้าขึ้น เท้าแยกกว้างเท่าช่วงไหล่ มือทั้งสองวางข้างลำตัวระดับเดียวกับหัวไหล่เตรียมในท่าดันพื้นยกตัวขึ้น • เหยียดแขนยกลำตัวขึ้น ศีรษะอยู่ระหว่างแขนทั้งสองข้าง ยกก้นขึ้น เหยียดแขนเหยียดลำตัว
• เข่าทั้งสองเหยียดตึง กดส้นเท้าลงให้ใกล้พื้นมากที่สุด
• อยู่ในท่านี้ประมาณ 20 วินาที และคลายท่า

ข้อมูลจาก : thailandbestbeauty ภาพประกอบจาก : wikihow


 

แค่ 5 ท่า..ทำแล้วรับรองว่าต้นขาของคุณ จะเล็กลงอย่างแน่นอน!! ทำที่บ้านก็ได้นะ!

ผู้หญิงขาใหญ่ฟังดูแล้วอาจจะน่ากลัว สาวๆทุกคนไม่อยากเจอปัญหานี้แต่ถ้าเราขาใหญ่ไปแล้วหละจะทำอย่างไร เดียววันนี้จะมีท่าบริหารที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน เพียงแค่คุณตั้งใจทำ แล้วทำอย่างสม่ำเสมอรับรองเลยว่าขาของคุณจะกลับมาเรียวสวยเหมือนนางแบบเลยหละ

พร้อมแล้วมาทำตามกันเลยทั้ง 5 ท่า ลดต้นขา

ท่าลดต้นขาที่ 1 ยืนตรงเท้าสะเอวแล้วยกขาออกด้านข้างตามรูปด้านบน

ท่าลดต้นขาที่ 2 ยืนกางขาแล้วย่อขาทั้งสองข้างโดยที่แขนกางตั้งฉากกับพื้น แล้วหันตัวไปทางซ้ายมือของตัวเองพร้อมทั้งย่อขาขวาลงตามรูปด้านบน

ท่าลดต้นขาที่ 3 ใช้ทั้งสองข้างมือจับเชือกไว้ใช้ขาซ้ายเหยียบที่เชือก ส่วนขาขวาย่อไปด้านหลังตามรูปด้านบน

 

ท่าลดต้นขาที่ 4 หันตัวไปด้านข้างมือทั้งสองข้างจับเชือกไว้โดยที่เท้าซ้ายเหยียบเชือก ส่วนเท้าขวาย่อลงสลับกับยกขึ้นตามรูปด้านบน

ท่าลดต้นขาที่ 5 คุกเข่าแล้วยกขาไปด้านหลังตามรูปด้านบน

แต่ถ้าทำทั้ง 5 วิธีด้านบนแล้วรู้สึกว่าว่าเบื่อหรือจำเจ ก็สามารถใช้วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการออกไปวิ่ง 

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายเพื่อให้ขาเล็กที่เลิศที่สุดก็ว่าได้ เพราะเวลาวิ่ง ส่วนที่ต้องออกแรงมาก ๆ ก็คือ “ขา” ไขมันที่กองอยู่แถว ๆ ต้นขาจึงสลายออกไปได้อย่างรวดเร็วหากอยากให้ต้นขาเล็กลงเร็วๆ คุณต้องผสมการวิ่งหลาย ๆ แบบเข้าด้วยกัน เร็วบ้าง ช้าบ้าง ระยะสั้นบ้าง ระยะยาวบ้าง แล้วก็มีวิ่งซิกแซ็กหรือวิ่งไปด้านข้างบ้าง ทั้งนี้ เพื่อให้กล้ามเนื้อขาทุกมัดได้เคลื่อนไหว

ข้อมูลและรูปภาพจาก cosmopolitan

 

อาหารลดความอ้วน กินแบบนี้แหละช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 10 กิโลกรัม เชียวนะ!

14521

อาหารลดความอ้วน สูตรอาหารง่าย ๆ สำหรับคนอยากผอม ลองกินแบบนี้ดูสิ ช่วยลดน้ำหนักได้เยอะเลยนะจะบอกให้

คุณสาว ๆ ที่กำลังไดเอตหรือลดความอ้วน ออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้อย่างรวดเร็วนะจ๊ะ เพราะสิ่งสำคัญที่จะต้องทำควบคู่กันไปก็คือการควบคุมอาหารไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้คุณสาว ๆ อาจจะรู้กันอยู่แล้ว และก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะกำลังมองหาสูตรอาหารสำหรับลดความอ้วนกันอยู่แน่ ๆ ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็มีสูตรอาหารจากคุณ 2063488 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมมาฝากสาว ๆ ให้ลองทำตามดูกันค่ะ ซึ่งเธอคนนี้ก็เป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เคยอ้วนเอามาก ๆ และเคยเพิ่งยาลดความอ้วนจนเกือบจะทำให้ชีวิตพังมาแล้วด้วยซ้ำ แถมพอเลิกกินยาก็ทำให้น้ำหนักโยโย่พุ่งขึ้นไปอีก แต่ด้วยความที่อยากจะผอม เธอเลยมองหาวิธีการลดความอ้วนที่เหมาะกับเธอ นั่นก็คือการรับประทานอาหารสูตรสำหรับลดน้ำหนักที่เธอคิดค้นขึ้นเองโดยเฉพาะ ซึ่งก็ได้ผลอย่างมาก เพราะมันสามารถทำให้น้ำหนักของเธอลดลงไปได้ถึง 10 กิโลกรัมเลยทีเดียว แถมยังทำให้รูปร่างของเธอดูดีมากขึ้นอีกซะด้วย

นั่นแน่ ! เห็นแบบนี้แล้วคุณสาว ๆ คงจะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะคะว่าสูตรอาหารลดความอ้วนที่เธอคนนี้กินแล้วได้ผลทำให้น้ำหนักลดลงไปได้กว่า 10 กิโลกรัมนั้นจะเป็นอย่างไร ถ้าอยากรู้ อยากผอม… ก็ตามมาดูกันเลยจ้า

ย้อนอดีต

14527

ขอย้อนก่อนนะคะ ตอนนี้ดิฉันนั้นทำงานแล้วคะ เมื่อก่อนจัดว่าผอมมาก กินเท่าไรก็ไม่อ้วน พอเรียนจบ เข้าสู่วัยทำงานน้ำหนักมันมาจากไหนเนี่ย เพิ่มเอาเพิ่มเอา จริง ๆ นะ คนที่เคยผอม จนหลงระเริงว่ากินเท่าไรก็ไม่อ้วน ระวังไว้เลยค่ะ มันจะเข้ามาสิงตัวคุณแบบไม่รู้ตัว อิอิ

จนหันมากินยาลดความอ้วนหลายยี่ห้อ มาเจอยี่ห้อหนึ่ง มันสุดยอดมาก ๆๆๆๆ เน้นโฆษณา กระชากไขมัน กระชากจริง ๆ ค่ะ มันลดจริง ๆ ค่ะ แต่ทำเอาดิฉันเกือบโดนไล่ออกจากงาน เพราะทำให้บริษัทเกือบเสียลูกค้า เป็นเพราะเราเบลอ มึน ความรู้สึกตัวจะลอย ๆ คิดช้า ที่สำคัญปากเหม็นมาก ๆ จนมีคนแซว แรก ๆ ดิฉันก็คิดว่า แหม ๆ มาหยอกกันปกติ นานไปมารู้ว่าเหม็นจริง เสียเซลฟ์ไปเลยช่วงหนึ่ง ก็เลิกกิน น้ำหนักก็กลับมาแบบเดิม ไวเหมือนสูบลม เยอะกว่าเดิมด้วยซ้ำ งามไส้ไหมล่ะคะ เสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพ แล้วยังโยโย่ เอาน้ำหนักมาเพิ่มให้ฉันอีก อยากจะบ้าตาย !!!

นี่เลยค่ะ หุ่นของดิฉันเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน รูปซ้ายจะเห็นว่า พุงโตมาก ยังกับคนท้องแม่ลูก 3 เคยมีคนมาทักบน BTS ด้วยค่ะ ประมาณลุกให้เรานั่ง แล้วเราเดินไปนั่ง เขาไม่ได้พูดว่าเราท้อง แต่เขาทำท่าทางเข้ามาพยุงกันให้เรานั่ง อารมณ์เหมือนระวังให้เรา ตอนนั้นไม่คิดอะไรมาก ถึงบ้านมานั่งคิด เลยคิดไปว่าเขาน่าจะคิดแบบนั้นแน่เลย แง ๆๆ แหมก็คนมันอ้วน ไม่มั่นใจเลย แถมปีกตรงใต้ท้องแขน มันเป็นปีกนางฟ้าที่สง่างาม จะบินได้อยู่แล้ว พอค่ะ จะไม่ทนอีกต่อไป ป.ล. ขออนุญาตไม่ลงรูปเห็นหน้านะคะ คืออายค่ะ รีวิวหุ่น ไม่เห็นจะเกี่ยวกับหน้าเนอะ คิคิ

 เข้าประเด็นเลยนะคะ

จนมาพักหนึ่ง คนเริ่มนิยมทานอาหารคลีน เพื่อได้สุขภาพและหุ่นดีด้วย ดิฉันเห็นแล้วน่ากินมาก มีขายเป็นคอร์สด้วย มีบริการส่งถึงที่ จะให้เอาตังค์ไปลงคอร์สก็น่าจะผอมนะ (ผอมเพราะคอร์สแพง ไม่มีตังค์ไปกินอย่างอื่น เลยผอม อิอิ) และแล้วสวรรค์ก็มาโปรด เป็นสูตรที่แนะนำกันมาอีกที เหมาะกับสาวออฟฟิศ เงินเดือนธรรมดาแบบเรา ๆ ซึ่งดิฉันลองแล้ว มันได้ผลดีมากค่ะ มันคือที่สุดของที่สุด อลังการงานสร้าง เริดสุด ๆ เพราะน้ำหนักลดแล้ว สุขภาพดีมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ 

สูตร

ดิฉันจะขออธิบายเป็นมื้อ ๆ นะคะ เช้า เที่ยง เย็น เพื่อทุกคนจะได้ไม่สับสน งง งวย

14495

มื้อเช้า

มื้อนี้สำคัญสุด ๆ ต้องทาน ถ้าอยากสุขภาพดี แข็งแรง ต้องทานค่ะ จำไว้ว่าคอนเซ็ปต์ของดิฉันคือ “สวย เก่ง หุ่นดี ดูดี แบบมีสุขภาพ”

ส่วนผสม

14496

 1. อันดับแรกไปซื้อเลยค่ะ กีวี จากโลตัส บิ๊ก C ใกล้บ้าน กีวีนั้นมีวิตามินซีสูงมาก ๆ ถ้าคุณทานสองผล ก็จะได้รับปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอแล้ว สำหรับที่ร่างกายต้องการต่อวัน นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี ไฟเบอร์ เคยอ่านเจอเขาบอกว่าช่วยลดไขมันสะสมด้วยค่ะ

14497

 2. แอปเปิลเขียว แก้วมังกร ส้มก็ได้ค่ะ ดิฉันไม่เน้นชนิดของผลไม้มาก เลือกตามใจชอบนะคะ แล้วแต่อารมณ์และตังค์ในกระเป๋า อิอิ แต่แอปเปิลเขียวก็จะดีหน่อย จากที่ศึกษามา เปลือกและเนื้อของแอปเปิลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่า “เพคติน” ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก ช่วยเพิ่มกากในทางเดินอาหาร แต่สำหรับดิฉันคิดว่าได้หมดนะคะ เพราะผลไม้ส่วนใหญ่ก็มีวิตามินซี ไฟเบอร์เยอะคล้ายกัน เลือกทานตามสะดวก สับเปลี่ยนไป จะได้ไม่เบื่อ เพราะต้องทานทุกวัน

14499-1

 3. ข้าวโอ๊ตอบ ในซูเปอร์มาร์เกตมีหลายยี่ห้อให้เลือกเลยค่ะ ดิฉันก็ทานสลับไป แต่วันนี้ใช้ของ Mcgarrett เห็นว่าขนาดกำลังดี ทานพอหมดค่ะ ข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานสูงแต่ให้ไขมันที่ต่ำ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คนลดน้ำหนักจะชอบ พองตัวได้ดีเมื่อผสมน้ำ กินแล้วอิ่มนานแต่ได้แคลอรีน้อย แถมมีไฟเบอร์สูง ถือว่ายังเป็นแป้งนะ แต่ดีกว่ากินข้าวปกติ แหม ๆๆ คนเราก็ต้องกินแป้งบ้างจะได้ย่อยเป็นน้ำตาล พาไปเลี้ยงเซลล์ยังไงล่ะคะ

14500

 4. Chia Seed เมล็ดเชีย หรือบางคนเรียกว่า เมล็ดเจี๋ย นั้นเอง ตัวนี้ดิฉันถือว่าสำคัญมากที่คนลดความอ้วนควรรู้จัก Chia Seed เป็นพืชแถบเม็กซิโก โบลิเวีย จัดเป็น Super Food สุดยอดอาหารของโลก เพราะมีสารอาหารเยอะมาก ๆๆ เช่น โอเมก้าสามที่มากกว่าแซลมอน 7-8 เท่า แคลเซียมที่มากกว่านม 5 เท่า มีโปรตีน จึงทำให้คนลดน้ำหนักไม่ขาดสารอาหาร แถมสุขภาพดีขึ้นด้วย ทั้งช่วยเรื่องความจำ อีกทั้งยังมีพระเอกคือ มูสิเลจเจล ที่ช่วยชะลอการย่อยแป้งเป็นน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลที่ได้รับนั้นน้อยลง คนลดน้ำหนักจะชอบ เราจะได้หุ่นดี แบบไม่ขาดสารอาหารหน้าโทรมเหมือนผีตายซาก

14501

 5. นมถั่วเหลืองแท้ ๆ นมถั่วเหลืองดิฉันเลือกของ OHAYO ค่ะ ดูน่าทานดี สูตรไม่มีน้ำตาลนะคะ คือดิฉันจะพยายามให้ร่างกายรับน้ำตาลจากการย่อยแป้งนิดหน่อย แต่ไม่ค่อยทานน้ำตาลที่ผสมในอาหาร พวกน้ำตาลทรายอะค่ะ ซึ่งน้ำเต้าหู้นั้นดี เพราะมีโปรตีนสูง เหมาะกับดิฉันมากค่ะ เพราะทานนมวัวแล้วท้องเสีย คนแถบเอเชียพอโตขึ้น น้ำย่อยที่ย่อยน้ำตาลแลคโตสจะลดลง ทำให้ท้องเสียค่ะ แนะนำให้หันมาทานน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองจะดีกว่า

วิธีทำอาหารเช้า

ชื่อเมนู overnight oatmeal ทำเตรียมไว้คืนก่อนที่จะทานตอนเช้าค่ะ ตอนเช้าเร่งรีบ จะได้ทานเลยด้วยค่ะ

14502

 1. ตัก Nathary Chia Seed 2 ช้อนครึ่งใส่ชามหรือโหลค่ะ ดิฉันไม่มีโหล เอาแบบตามสไตล์แล้วกันเนอะ ว้าว ๆ เมล็ดเงางามมาก

14503

 2. ตัก Mcgarrett โอ๊ตอบใส่ลงไปเลยค่ะ 2 ช้อน หอมมาก ๆๆ

14504

 3. จากนั้นเทนมถั่วเหลือง OHAYO สูตรไม่มีน้ำตาลลงไปค่ะ เทจนท่วมนิด ๆ ค่ะ ฟินเวอร์

14505

 4. จากนั้นพักทิ้งไว้ มาหั่นผลไม้

14507-1_1

 5. จากนั้นนำข้าวโอ๊ตและเมล็ดเชียที่แช่นม กับผลไม้ไปแช่ตู้เย็นไว้พร้อมทานตอนเช้าค่ะ

14508

 6. ตอนเช้าตื่นมาก็ทานได้เลย ขับรถไป ทานไป สบายใจตอนรถติด อิอิ เมนูนี้ทำง่ายมาก ๆ ทำให้ดิฉันได้กินอาหารเช้าทุกวัน ตอนนี้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดีขึ้นมาก ๆ

มื้อเที่ยง

มื้อเที่ยงดิฉันจะกินปกติค่ะ เราต้องสุขภาพดีแบบไม่อดตาย เกิดมากินเพื่อดำรงชีวิต เย้ ๆๆ (ขอแค่เลือกกินให้เป็นแค่นั้นค่ะ) ซึ่งเทคนิคของดิฉันคือ

 1. ทานข้าวปกติ เน้นทานผัก ปลา เน้น ต้ม นึ่ง (ถ้าไม่มีต้มหรือนึ่ง ก็ผัดได้ แต่ขอให้เน้นผักค่ะ)

14509

14510

มื้อนี้ดิชั้นทาน ผัดผัก ข้าวสวย และยำปลาทูค่ะ

 2. เทคนิคก็คือ ดิฉันจะผสมเมล็ดเชียกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ใช้ Chia Seed 2 ช้อนค่ะ รอพองตัวนิดหนึ่ง จากนั้นดื่มระหว่างทานข้าว วิธีนี้คนจะนิยมกันมาก ๆ หลักการคือ ให้กากใยมูซิเลจของเมล็ดเชีย ไปแทรกตัวระหว่างอาหาร กากใยนี้จะไปชะลอการย่อยแป้ง ที่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ คนเป็นเบาหวานใช้วิธีนี้ก็จะดีค่ะ คนควบคุมน้ำหนักด้วย เข้าใจนะว่าคนไทยนิยมทานข้าว บะหมี่ มีแต่แป้งทั้งนั้น ใช้วิธีนี้เลยค่ะ เอาอยู่ !

 3. ดิฉันทานแบบนี้ทุกมื้อที่มีแป้งค่ะ ได้สุขภาพด้วยนะ บำรุงร่างกาย ดีเว่อร์ !

ระหว่างวัน

เมื่อก่อนที่โต๊ะจะมีขนมเยอะมาก ๆ เด่วนี้ขอบาย… หันมาดื่มน้ำหมักผลไม้ค่ะ เมนู infused water เมนูนี้ได้สุขภาพ วิตามินจากผลไม้ที่แช่ในน้ำ แช่ตู้เย็นไว้ พร้อมดื่ม หากน้ำหมด ก็เติมใหม่ แต่ของดิฉันนั้นใส่เมล็ดเชียลงไปด้วย ดื่มจิบระหว่างวัน เริดมาก ! มีข้อดีคือ

 1. ผลไม้นั้นเน้นรสเปรี้ยวมีวิตามินซี ทำให้ร่างกายตื่นตัวดีเว่อร์ ๆ ถ้ามีมะนาวก็บีบไปฝาหนึ่ง ตื่นเลยค่ะ

 2. เมล็ดเชียนั้นอุ้มน้ำ ทำให้น้ำเคลื่อนผ่านทางเดินอาหารอย่างช้า ร่างกายค่อย ๆ ดูดซึมไปใช้ สดชื่นมากค่ะ ชดเชยน้ำให้ผิว ตอนบ่ายจะไม่ค่อยเพลีย

14513

มื้อเย็น

มื้อเย็นดิฉันจะพยายามทานโยเกิร์ตผสมเมล็ดเชีย อยู่ท้อง สบายท้องมาก ๆ แถมตื่นมาตอนเช้านะ พระเจ้า !! ถ่ายหมดท้องเลย ถ่ายแบบทีเดียวจบ โยเกิร์ตมีแบคทีเรียช่วยย่อย เมล็ดเชียมีไฟเบอร์สูง โยเกิร์ตก็ต้องเลือกสูตรน้ำตาลน้อยนะคะ

14515-1

14517-1

ออกกำลังกายง่าย ๆ

10 กิโลกรัมที่หายไป ต้องออกกำลังกายร่วมด้วยค่ะ สูตรออกกำลังกาย คือ

 1. วิ่งค่ะ จะวิ่งลู่ วิ่งเปรี้ยว วิ่งจ็อกกิ้งก็ได้ค่ะ เพื่อเบิร์นไขมันที่มันพอกตัวอยู่ให้ออกไป

 2. ซิทอัพค่ะ ดิฉันทำเป็นเซต เซตละ 10 ที วันหนึ่งประมาน 3-4 เซต เน้นสบาย ๆ ที่ดิฉันทำเพราะพุงมันโต เลยเอาไขมันออกไปซะหน่อย

14518

 3. ยกดัมเบลค่ะ ยกแบบในรูป ทำเป็นเซต เซตละ 10 ทีค่ะ ทำประมานวันละ 5 เซต ทำเยอะ ๆ จะดีมาก ดิฉันทำตอนเย็นค่ะ ดูละครไปด้วยทำไปด้วย หากรู้สึกเบาก็เพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ

14519

เทคนิคออกกำลังกายของดิฉัน คือมโนคิดเอง ไม่รู้ถูกมั้ย 555

 1. วิ่งเพื่อเบิร์นไขมันและลดขา, ซิทอัพลดพุง, ยกดัมเบลลดแขน ที่ทำแบบนี้เพราะดิฉันจะใหญ่ช่วงพุง แขน ขา เฮ้อ มาครบเลย 55

 2. สิ่งสำคัญคือ 7 วันแรก ต้องทำทุกวัน แล้วจะติดเป็นนิสัยไปเองค่ะ

สรุปสูตร

 1. มื้อเช้า ทานเมนู overnight oatmeal (ข้าวโอ๊ต เมล็ดเชีย แช่นมถั่วเหลือง ใส่ผลไม้)

 2. มื้อเที่ยง อาหารปกติ เน้นผัก ปลา ต้ม นึ่ง ดื่มน้ำเปล่าผสมเมล็ดเชียระหว่างมื้ออาหาร

 3. ระหว่างวัน งดขนม แต่มาดื่ม infused water จิบเรื่อย ๆ ถ้าอยากหาอะไรกระแทกปาก ก็กินแอปเปิลเขียวซะ คิคิ

 4. มื้อเย็น ทานโยเกิร์ตผสมเมล็ดเชียหรือนมเปรี้ยว

 5. ออกกำลังกายบ้าง ทำเยอะก็ได้เยอะ

ของขวัญที่ดิฉันได้จากสิ่งที่ทำมา 2 เดือนเต็ม ๆ

 1. น้ำหนักดิฉันหายไปประมาน 10 กิโลกรัม

 2. รู้สึกไม่อึดอัดตัว สบายตัวขึ้น ที่สำคัญไม่ค่อยเหนื่อยง่าย

 3. สุขภาพดีขึ้นมากขึ้น เมื่อก่อนความดันสูง มีไขมันนิดหน่อย ตอนนี้ความดันลดปกติ ไขมันลดลง ดีใจเว่อร์ ๆๆ

 4. ชีวิตดีขึ้นค่ะ มีความมั่นใจมากขึ้น ไม่กังวลเรื่องน้ำหนักมากเกินไป แค่เราเลือกทานอาหารที่ดี

 5. เสื้อผ้าหาซื้อง่ายขึ้น ไม่ต้องมานั่งกังวลเลือกชุดที่ปิดตรงโน้น บังตรงนี้

 6. ถ่ายรูปกับเพื่อน อยู่หน้าเฟรมได้สบายใจ ไม่ต้องแอบข้างหลัง ดึงตัวเพื่อนมาบังไขมัน

ไอเดียของฉันคือ “สลายไขมันเก่าด้วยการออกกำลังกาย ไม่สร้างไขมันหรือเพิ่มน้ำหนักใหม่ด้วยอาหาร” แค่นี้เองจริง ๆ ค่ะ ขจัดของเก่าทิ้ง เลือกรับแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา เวลาผ่านไปเราก็ผอมได้ เย้ ๆๆๆๆ

แค่นี้ก็เชื่อว่า ทุกคนก็จะหุ่นดี ลดน้ำหนักได้ค่ะ เพียงแค่เลือกทานอาหารเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องกินยาลดความอ้วนให้เสียสุขภาพหรอกค่ะ หุ่นดีที่ต้องมาพร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรงด้วย สู้ ๆ นะคะทุกคน

14520

โอ้โห… แค่เปลี่ยนวิธีรับประทานอาหารใหม่ก็สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้ขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย เห็นแบบนี้แล้วคุณสาว ๆ ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาลดความอ้วนกันอยู่คงจะต้องลองเอาไปทำตามกันบ้างซะแล้วล่ะค่ะ สูตรง่าย ๆ แบบนี้ ไม่ยากเกินไปใช่ไหมล่ะคะสาว ๆ ^^

ที่มา : http://health.kapook.com/view113773.html

 

พุงคุณเป็นแบบไหน? มาลดพุงให้ถูกประเภทกันเถอะ..ไม่เหนื่อย แต่เห็นผลไวกว่า

พุงเป็นไขมันส่วนสำคัญที่เราไม่ค่อยชอบ และต้องการลดให้มันหมดไป แต่ไขมันส่วนนี้ก็มักดื้อด้าน และไม่ค่อยจะยอมหายไปจากร่างกายเราเท่าไรนัก แต่ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะว่าคุณกำลังกำจัดมันอย่างไม่ถูกวิธีอยู่ก็เป็นได้ ลองมาดูกันดีกว่าว่าวิธีการกำจัดพุงแต่ละประเภทต้องทำอย่างไรบ้าง จึงจะทำให้พุงหายไปอย่างรวดเร็วและเหนื่อยน้อยที่สุด

ลักษณะของพุงหรือหน้าท้อง สามารถแบ่งแยกออกได้หลายประเภท ดังต่อไปนี้

พุงเป็นชั้น” (Spare Tyre Tummy)

659.1

เป็นพุงที่แก้ไขง่ายที่สุด เพราะสาเหตุหลักมาจากการกินล้วนๆ และขาดการออกกำลังกายที่มากเพียงพอ

วิธีลดพุงเป็นชั้น

• ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์เป็นตัวการสำคัญที่ช่วยเพิ่มไขมันหน้าท้อง อย่าคิดว่าการดื่มเล็กๆน้อยๆจะไม่เป็นไร เพราะเพียงแค่ดื่มไม่กี่แก้ว แต่ดื่ม 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็ทำให้เกิดอาการพุงยื่นได้แล้ว

• หลีกเลี่ยงอาการประเภทที่มีไขมันสูง และอาหารจำพวกแป้ง โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวต่างๆ เพราะอาหารเหล่านี้มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต น้ำมัน น้ำตาล เกลือ และสารกันบูด ปริมาณสูง ซึ่งนอกจากจะทำให้อ้วนง่ายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ด้วย

• เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารทอด หรือผัด ที่ต้องใช้น้ำมันเยอะๆ

• ออกกำลังกายให้มากขึ้น เช่น เล่นโยคะ เดินหรือเคลื่อนไหวให้มากขึ้น เท่านี้ก็ช่วยลดหุ่นได้แล้ว

พุงเครียด” (Stress Tummy)

659.2

พุงเครียดมักจะเกิดกับคนที่มีปัญหาในเรื่องระบบย่อยอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) จึงทำให้หน้าท้องเกิดการบวมอืดยื่นออกมา ระหว่างช่วงสะดือ และกระบังลม ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อร่างกายเกิดความเครียดขึ้น ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) ออกมา ทำให้ร่างกายผลิตไขมันขึ้นที่บริเวณหน้าท้อง ส่วน คนที่ไม่ชอบทานอาหารตรงเวลา อดมื้อกินมื้อ ข้ามบางมื้อ ก็อาจทำให้ไตทำงานผิดปกติได้ และเป็นผลให้เกิดพุงประเภทนี้ได้เช่นกัน

วิธีลดพุงเครียด

• ทำใจให้สบาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบร่างกายเผาพลาญพลังงานผิดเป็นปกติ ซึ่งหากเกิดขึ้นไปเรื่อยๆ จะทำให้เกิดการสะสมของน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น

• ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนเกินกว่าวันละ 2 แก้ว

• การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อาจไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหา พุงเครียด แต่ควรเปลี่ยนมาเป็นการเล่นโยคะ เดินไกล หรือกีฬาที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อแทน

พุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง (The Little Pooch)

659.3

พุงลักษณะนี้เกิดขึ้นกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ชอบทำงานตลอดเวลา บางครั้งอาจเกิดขึ้นกับคนที่ชอบออกกำลังกายด้วยท่าซ้ำๆ ซึ่งอาจจะทำให้ร่างกายของคุณผอมลง แต่กลับมีพุงยื่นออกมาแทน เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้เกิดกล้ามเนื้อยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด

วิธีลดพุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง

• รับประทานอาหารที่มีกากใยมากๆ เพื่อพัฒนาระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น โดยเฉพาะผักใบเขียวหรือ

• ลองเปลี่ยนจากการซิทอัพเพื่อลดหน้าท้องมาเป็นการทำท่าแพลงกิ้งหรือวิดพื้นแทน ท่าเหล่านี้สามารถช่วยออกกำลังกายในช่วงแขน บ่า ไหล่ หรือหน้าท้องได้อย่างเหมาะสม

• เปลี่ยนมาออกกำลังกายในรูปแบบเซต โดยทำสลับกันไปในแต่ละท่า เพื่อให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลังกาย

พุงคุณแม่ “The Mummy Tummy”

659.4

แน่นอนว่าพุงลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตรไปไม่นาน ซึ่งปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ จึงจะกลับคืนสู่สภาพปกติ ในช่วงเวลานี้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า อย่าเพิ่งไปเร่งออกกำลังกาย แต่ให้ใช้เวลาไปสนใจลูกน้อยที่เพิ่งคลอดจะดีกว่า

วิธีการลดพุงคุณแม่

• รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทน้ำมันตับปลาเพื่อเพิ่มฮอร์โมนเผาพลาญไขมัน และลดการทำงานของฮอร์โมนที่เก็บสะสมไขมัน โดยแนะนำให้รับประทานน้ำมันตับปลาชนิดแคปซูล 1,000 มิลลิกรัม จำนวน 3 เม็ดทุกวัน ระหว่างรับประทานอาหาร

• พยายามรับประทานไขมันจากถั่วและน้ำมันมะกอกเป็นประจำทุกวัน

• นอนกลางวัน และยืดเส้นยืดสายก่อนเข้านอน เพื่อช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเผาพลาญไขมันให้มากขึ้น

พุงป่อง “The Bloated Tummy”

659.5

พุงลักษณะนี้จะเปลี่ยนแปลง 2 ลักษณะในหนึ่งวัน โดยมักจะแบนราบในตอนเช้า และบวมอืดในตอนกลางวัน ซึ่งเป็นเหตุผลเนื่องจากเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารเนื่องจากอาหารไม่ย่อย บางครั้งอาจเกิดจากการแพ้อาหาร ลำไส้ทำงานไม่เต็มที่ และอาจเกิดจากการกินอาหารแบบเดิมเป็นประจำโดยที่ไม่รู้เลยว่าแพ้อาหารชนิดนั้นๆ

วิธีลดอาการพุงป่อง The Bloated Tummy

• หลีกเลี่ยงอาหารประเภทพาสต้า ขนมปัง ฟิซซ่า เค้ก แอลกอฮอล์ หรือ นม เนย ชีส หรือโปรตีนจากข้าว

• คอยสังเกตดูว่าอาการท้องอืดยังเป็นอยู่หรือไม่ และเพิ่มการรับประทานอาหารจำพวกพืชผักให้มากขึ้น

• รับประทานอาหารมื้อเช้า และหลีกเลี่ยงการทานอาหารในเวลากลางคืน

• เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

• เดินย่อยอาหารเพื่อช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

เมื่อทราบชนิดของพุงที่คุณมีและหาทางกำจัดมันได้อย่างถูกวิธี คุณก็จะสามารถย่นระยะเวลาในการลดพุงได้แล้ว

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.lady108.com/

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com